The White Wall

posted on 05 Jan 2010 14:43 by tgdiary


The White wall

ผู้แต่ง la lune

Aiden/Julius



เสียงหอบหายใจยังไม่จางหาย...

แต่ความคิดของเขา มันไปไกลเกินกว่าที่จะหยุดนิ่ง

ชายหนุ่มโอบกอดร่างที่ทรุดฮวบลงในอ้อมอกของเขา ศีรษะที่เอียงซบมาบนไหล่ทำให้เขาได้กลิ่นของแชมพูกลิ่นกุหลาบที่เขารังเกียจ กระนั้นเอเดนก็ไม่อยากฝืนใจผลักไสร่างนั้นออกไป เขายังคงกอดร่างของเด็กหนุ่ม ไม่ใช่กอดแบบคนรัก ไม่ใช่กอดด้วยอารมณ์พิศวาส...
แต่เป็นการโอบกอด... เพื่อพักพิง
เอเดนยังคงมองไปที่ผนังสีขาว ผ่านออกไป ไกลออกไป...

เขานึกถึงวันที่เจอจูเลียสครั้งแรก...

แต่นั่นคงจะเป็นคำโกหกคำโตแน่ๆ

เพราะเขาจำมันไม่ได้

ความทรงจำแรกสุดของเอเดน เริ่มขึ้นในตอนเย็นย่ำ เขาปิดร้าน หยิบถุงดำมาทิ้งที่ถังขยะอันเขื่องด้านหลังร้านโดยไม่คิดอะไร นอกจากเงาของถังขยะ ถุงดำ และขั้นบันได เขาก็ไม่ได้วางสายตาไปที่อื่น ชายหนุ่มจึงไม่รู้ว่ามีใครอีกคนหนึ่งยืนอยู่ที่นั่น
จูเลียสเอนหลังพิงกำแพงราวกับว่ากำลังรอเขาอยู่ เพื่อจะพูดอะไรบางอย่าง เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเขา แว่นสีแดงดึงดูดความสนใจของเอเดนมากกว่ารอยยิ้มที่อีกฝ่ายมีให้
เอเดนมองกรอบแว่น เหล่มองดวงตาสีฟ้า ก่อนส่งยิ้มกลวงๆ ไม่ได้พูดอะไร เพราะไม่มีอะไรจะพูดให้ เขาจัดการธุระปะปังของตนเอง รู้ว่าเด็กหนุ่มยังคงยืนอยู่ที่เก่า เขาไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ยินเสียงขยับเขยื้อนตัว นี่อาจเป็นเด็กที่แอบมาเสพยา อาจมาเพื่อรอเพื่อน อาจหาที่สงบเพื่อเหตุผลนานับประการที่คนเราจะสรรหามา
จะอะไรก็ช่างเถอะ
ไม่ใช่เรื่องของเขา... เอเดนคิด พลางหมุนตัวกลับไปยังประตูหลังร้าน

‘จะนอนด้วยกันไหม?’ เด็กหนุ่มถาม

และนั่นเป็นครั้งแรก ที่เอเดนมองหน้าอีกฝ่าย

เขาไม่พูดอะไรอีก นอกจากเปิดประตู ยังจะได้ว่าขณะที่อีกฝ่ายแทรกตัวผ่านเขาเข้าไปด้านใน รอยยิ้มที่เคลือบริมฝีปากนั้นเป็นเช่นไร
นี่คือครั้งแรกที่เอเดนมีเซ็กซ์กับเด็กหนุ่มที่อายุอ่อนกว่าเกือบสิบปี
เขาไม่ใช่เกย์ เขาไม่เคยมีประวัติการคบกับผู้ชายมาก่อน และเขาก็ไม่ใช่คนที่ตื่นตัวทุกครั้งที่มีหนุ่มร่างบางเดินผ่าน...
แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขานอนกับผู้ชาย...

หลังจากคืนวันนั้น เอเดนพบกับจูเลียสอีกครั้ง เด็กหนุ่มนั่งอยู่ในร้านของเขา สวมแว่นสีแดง ส่วนเขาก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่า นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นอีกฝ่าย จูเลียสเป็นลูกค้าประจำ เขามักเข้าร้านคนเดียวเพื่อสั่งไอศครีมชามโต (ชามคงเป็นคำเรียกที่ถูกต้อง) รับประทานมันหมดในเวลาอันรวดเร็ว และขอเพิ่มอีกด้วยท่าทางสุภาพเช่นที่เขาทำเหมือนเดิมในวันนั้น ราวกับว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
เอเดนรับรู้รูปแบบความสัมพันธ์ครั้งนั้นได้ในทันที เขาไม่ติดใจอะไร และเขาคุ้นเคยกับมันดีอยู่แล้ว
ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่คนสองคนปฏิบัติต่อกันราวกับว่าเป็นคู่รักกันมาสิบปี มันอ่อนหวาน... เต็มไปด้วยความปรารถนาต่อกันอย่างลึกซึ้ง ในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง มันเหมือนกับว่าทั้งคู่เป็นของกันและกัน ก่อนที่ทุกอย่างจะจบสิ้นลงดื้อๆ เหมือนด้ายที่โดนมีดตัดให้ขาดสะบั้น
บางครั้งมันอาจเกิดขึ้นเพราะความเพลิดเพลินล้วนๆ
แต่บางครั้ง... ในช่วงเวลาสั้นๆมันก็เหมือนกับว่าต่างคนต่างหยั่งรู้กันและกันไปจนถึงขั้วลึกที่ดำมืดที่สุด...
อาจเพราะเหตุนี้ มันจึงเป็นได้เพียงความสัมพันธ์สั้นๆ

ไม่มีใครยอมรับตัวตนของตนเองได้หมดสิ้น...
และไม่มีใครที่อยากให้พื้นที่ส่วนตัวของตนเองถูกรุกราน
พื้นที่ที่ใช้เก็บกักความลับใดๆ ปิดตาย และไม่ต้องการให้ใครมาแตะต้อง

แต่มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเขาและจูเลียสดำเนินต่อไป อีกครั้ง และอีกครั้ง
บางสิ่งที่เขาเองก็ไม่รู้...

นอกจากความสนุกที่เกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราว ในเวลาปกติเอเดนและจูเลียสไม่ได้มีอะไรที่ผิดแปลกไปจากคนที่รู้จักกันธรรมดา
ไม่มีการเรียกร้อง ไม่มีการอ้อนวอน การร้องขอความเอาใจใส่ ของขวัญเล็กๆน้อยๆ และเรื่องยุ่งยากทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีการออกเดท ไม่มีพันธะ ไม่มี...อะไรเลย...
เอเดนรู้ว่าจูเลียสไม่ได้มีเขาเพียงคนเดียว เขาเคยเห็นเด็กหนุ่มนั่งอยู่ในรถของทัตสึมิในยามดึกคืนหนึ่ง บางครั้งอยู่กับเกล และบางครั้งอยู่กับเพื่อนนักศึกษารุ่นเดียวกัน
เขาไม่เคยถาม
และจูเลียสตอบแทนเขาด้วยการที่อีกฝ่าย ไม่ถามเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับไนย์

แต่วันนึง เด็กหนุ่มกลับพูดบางสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจ

เอเดนมองสีหน้าเย็นชาจองอีกฝ่าย
‘ก็แล้วจะให้ผมหวังอย่างอื่นได้ยังไง’
‘แบรดลีย์...’ เขาไม่รู้จะโต้ตอบอะไรนอกจากพึมพำชื่ออีกฝ่ายไปเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ยากจะรู้
‘ผมมันก็แค่คู่นอน ไม่ใช่คนรักคุณนี่ ผมก็หวังได้แค่นี้นั่นล่ะ’ คำพูดนั้นตัดพ้อ
‘เรื่องมันก็มีแค่เซ็กซ์ กับไอติม’
จูเลียสพูด แล้วขำ แต่เอเดนไม่รู้สึกว่ามันชวนขำตรงไหน
นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
‘เธอ...เข้าใจใช่ไหม...’
‘ครับผมเข้าใจ เข้าใจดี ช่างเถอะ ผมก็แค่อยากงอนบ้าง นานๆที งอนเล่นไปแบบนี้เอง’

แต่เอเดนไม่คิดอย่างนั้น เมื่อทุกอย่างมันถูกยื้อออกไป มันมักจะลงเอยเช่นนี้ แต่เขาไม่ต้องการ ในเมื่อเขาไม่มีที่ว่างพอ
พื้นที่น้อยๆในอกอันว่างเปล่าของเขามันมีสิ่งเล็กๆสิ่งหนึ่งจับจองไปแล้ว และนานแล้ว แม้ว่าแสงของมันละริบหรี่ไปบ้างในบางครั้ง แต่เขาไม่คิดที่จะปันพื้นที่นั้นให้ใคร

‘เธอ... อยากจะจริงจังกับฉันงั้นหรือแบรดลีย์’
เอเดนถาม แต่จูเลียสยังยืนยันคำพูดเดิม
‘ผมเข้าใจนะ จริงๆ อย่ามาจริงจังกับผมเลย ถ้าคุณจริงจังผมจะหนีคุณจริงๆด้วย’
พูดแล้วเด็กหนุ่มก็ส่งยิ้มอีกครั้ง รอยยิ้มเคลือบริมฝีปาก แต่เอเดนกลับไม่ชอบมัน
‘เธอกลัวการผูกมัดงั้นหรือ’ เขาถามลอยๆ
‘ผมก็ชอบอิสระ เหมือนคุณนั่นล่ะ จะเรียกว่าเป็นความสัมพันธ์แบบไร้ข้อผูกมัดอะไรก็ได้ ผมก็แค่ชอบภาษากาย และชอบมากๆด้วย’

เพราะอะไรไม่รู้ที่ทำให้เอเดนอ้าแขนออกไป จูเลียสเดินเข้ามาหาเขาอย่างว่าง่าย
ยอมรับอ้อมกอดของเขา

‘ผมชอบคุณจริงๆนะ แต่ไม่ถึงขั้นผูกมัด’
‘ฉันรู้’
‘ผมก็รู้ว่าคุณรักอิสระมากแค่ไหน’

แล้วทุกอย่างก็จบลงที่เซ็กซ์ อีกครั้ง...

เอเดนยอมรับว่าการมีจูเลียสเป็นคู่นอนนั้นไม่เลวเลยทีเดียว อีกฝ่ายเป็นเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่า กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และพร้อมจะสนองตอบให้คู่นอนเช่นกัน แต่บางครั้ง... เอเดนรู้สึกว่ามันมีอะไรมากมายกว่านั้น บางครั้ง... มันเหมือนคนทั้งคู่อยู่ใกล้กัน แต่เขาจับต้องอีกฝ่ายไม่ได้เลย
มันเหมือนกับว่า จูเลียสเดินทางไปยังที่ๆไกลแสนไกล ไกลเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึง...

ถูกหลอกใช้...

นั่นเป็นความคิดแรก ความคิดเดียว และความคิดสุดท้ายที่เขายังปักใจเชื่อมาจนถึงทุกวันนี้ เขาจะยังต้องการอะไรอีกเล่า ทุกอย่างมันก็มีเพียงเท่านี้ ไม่มีอะไรนอกจากความเห็นแก่ตัว เขาเองก็พอใจกับเรื่องพวกนี้ที่เป็นอยู่ไม่ใช่หรือ?
เขาเป็นคนสมถะ ที่ไม่ต้องการอะไรมากมาย

แต่น้ำตานั้นดูมากเกินไป...

ทุกครั้งที่เอเดนโอบกอดอีกฝ่าย แทรกนิ้วมือผ่านเส้นผมนุ่มลื่นเป็นใยไหม เคลื่อนผ่านผิวเนื้อนุ่มเหมือนผิวของสตรี ทิ้งริ้วรอยไว้ตามทาง หยิบยื่นร่างกายส่งให้อย่างเต็มใจ ขณะที่อีกฝ่ายเปล่งเสียงครวญครางอยู่ใต้เรือนร่าง ใกล้จะไปถึงจุดที่ทำให้ร่างนั้นทรุดฮวบ ทิ้งกายอ่อนแรง
เขากลับเห็นน้ำตา
ไม่ใช่น้ำตาของความตื้นตัน
แต่เป็นน้ำตาของอะไรบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจความหมาย
เมื่อกิจทุกอย่างที่กระทำร่วมกันเสร็จสิ้น

จูเลียสยิ้ม
ยิ้มในอ้อมกอดของเขา เป็นยิ้มบางๆที่ผุดขึ้นบนใบหน้าชื้นเหงื่อ จนเขารู้สึกอยากสัมผัสใบหน้าของอีกฝ่าย ปัดเส้นผมนั้นออกไปให้พ้นตา
แต่เอเดนไม่ชอบมัน
ความคิดที่จะสัมผัส นอนค้างเช่นเดียวกับท่อนแขนที่ไม่ขยับเขยื้อน

เขาไม่เคยชอบรอยยิ้มนั้นเลย
.
.
.




“บางครั้งนะ ฉันก็รู้สึกว่าคนที่เธอกอดไม่ใช่ฉัน แต่เป็นใครคนอื่น” เอเดนพึมพำ
เขามองไปที่ผนังห้อง ไม่ได้ทิ้งสายตาไว้จุดใดเป็นพิเศษ
“ไม่ใช่...”
“งั้นเธอร้องไห้ทำไมแบรดลีย์...” เขาถาม “จูเลียส...”
“ผมไม่สามารถ... เอาใครมาเเทนที่คนๆหนึ่งได้หรอก” อีกฝ่ายตอบ ไม่ได้ยิ้มอย่างเคย
“ตอบไม่ตรงคำถาม”
เอเดนพบว่าตัวเองหัวเราะ ทั้งๆที่เขาไม่รู้สึกว่ามันขำ แต่เขาก็หัวเราะ
เสียงหัวเราะที่เขาคิดว่ามันฟังดูน่าสมเพชอย่างบอกไม่ถูก...
“ไม่สามารถเอาใครมาแทนคนๆนึงได้ แต่บางทีใจของเธอมันอาจทำแบบนั้นไม่ได้นะ”
“นั้นเพราะผมคงเหงามากเเน่เลย” จูเลียสบอกเสียงเบา “ถึงได้ทำ...”
“แล้วตอนนี้เหงาไหม”
เขาถาม ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการคำตอบอะไรกันแน่จากอีกฝ่าย
“ตัวผมนั้นอยู่ท่ามกลางหิมะ ตลอดกาล...”

จูเลียสยิ้มให้เขา

เอเดนรู้แล้วว่าทำไมเขาจึงไม่ชอบรอยยิ้มนั้น
มันเป็นรอยยิ้มที่เหมือนกันกับเขา
รอยยิ้มที่กลวงโบ๋ ว่างเปล่า

ตลอดมา เขาอาจจะรู้มาตลอด และหลอกตัวเองว่าหยั่งลึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย
ทั้งๆที่ความจริงเขาสัมผัสได้เพียงกำแพงเท่านั้น
กำแพงสีขาว
กำแพงที่เขารู้จักมันดี...




Comment

Comment:

Tweet

ว้าวว เอ็นทรี่หายต้องสาปเเล้วละ เนเน่ อั้งง กอดดด
เขาชอบฟิคนี้นะ เหงาทั้งคู่เลย หงิงง เอาอารมณ์จูมาได้เต็มๆเลยมั้งเนี่ย อั้ยยย

#18 By MISAKI on 2010-01-06 17:33

เอ้า เอ้า ไม่เกรียนก็ได้ เดี๋ยวอีฟโดนเชคฆ่าตาย
อีฟชอบเรื่องสั้นตอนนี้มากเลย (ที่ว่าเมนต์ไม่ถูกนั่นเม้นต์ไม่ถูกจริงๆ นะ แต่จะพยายามตอบ)

จะตอบตามภาษาที่เราชอบใช้บ่อยๆ ตอนนี้
ประทับใจเพราะความสัมพันธ์ที่เห็นมันไม่เลมดีน่ะ สมมติว่าไม่เคยอ่านบลอดเวนมาก่อน ไม่เคยรู้จักเดิ้น ไม่เคยรู้จักจูลี่ อ่านเฉพาะตอนนี้ก็สามารถรู้ได้ว่าตัวละครทั้งสองมีเบื้องลึกเบื้องหลังของตัวเอง ไม่ใช่มาแบบแบนราบเป็นหน้ากระดาษ เนอธิบายตัวละครทั้งสองตัวได้ดีมากๆ อีฟว่างั้นนะ คือจงใจจะไม่เผยออกมาทั้งหมด แต่คนอ่านก็รู้สึกได้ ตัวละครมีชีวิตมาก แล้วก็เท่แบบไม่เลม (ไอ้พวกที่เท่แบบจงใจบรรยายให้เท่นั่นก็อีกเรื่อง พวกนั้นอีฟไม่ค่อยชอบ)

วิธีเลือกใช้คำ วิธีเปรียบเทียบ แล้วก็อารมณ์เรื่องอีฟก็ชอบ อย่างที่บอกไป กำแพงสีขาวนี่เหมาะจะเป็นชื่อเรื่องจริงๆ แหละ

ดีใจที่ได้เนมาร่วมบลอดเวน ทั้งบลอดเวนปกติและบลอดเวนพาราเลล แล้วก็ดีใจที่ได้อ่านฟิคแบบนี้ด้วย

บางครั้งนะ ไอ้ข้อมูลละเอียดๆ ปึ้กๆ หรือความสมเหตุสมผลบ้าบอคอแตกนั่นน่ะมันไม่สำคัญอะไรหรอก สิ่งที่สำคัญก็คือเรื่องที่เขียนมันมีความรู้สึก มีหัวใจอยู่ไหม แล้วความรู้สึกที่ว่านั่นมันสื่อมาถึงหัวใจของคนอ่านได้ไหม

อีฟว่าเนทำได้ดีในส่วนนี้เลยนะ อ่านแล้วรู้สึก ไม่รู้คนอื่นจะว่าไง แต่สำหรับอีฟนะ จูลี่กับเดิ้นมีชีวิต มีชีวิตอยู่ในใจอีฟคนนึงละเอ้า


ปล.อ้ะ เชค คอมเมนต์อีกรอบแล้วนะ อย่าฆ่าอีฟล่ะ ฮ่าๆ

#17 By อีฟ on 2010-01-06 15:10

....หยุดเกรียนชั่วคราว....


ต่อไปเป็นเม้นต์จากความรู้สึกล้วนๆ ไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างอื่นได้

เหมือนมองเห็นการคงอยู่แบบอิงอาศัยของคนสองคนที่เป็นขั้วลบเหมือนกัน ไม่ผลักกันทางกายภาพเว้ยเห้ยแต่ เป็นทางด้านอะไรที่อยู่ลึกๆ ข้างใน

สำหรับเดิ้นจูเป็นอะไรสักอย่างที่เริ่มมีความหมายเล็กๆ (ทำเสียงเล็กให้รู้ว่าเล็กมาก) ในแง่ของคนประเภทเดียวกันที่เข้าใจกัน

จูน่ะนะ เธอเป็นพวกขี้โกหก .../ทรุด ไม่รู้สิ แต่หมีคิดว่าถ้าจูกับเดิ้นเป็นพวกกลวงโจ๋โบ๋เหมือนกันล่ะก็ ส่วนที่หายไปของจูน่ะ มันน่าจะหายไปพร้อมกับใครบ้างคนที่ไม่สามารถแทนทีกันได้คนนั้นนั่นแหละ

ส่วนเดิ้นน่ะ หลุมดำที่นายมีมันยากเกินกว่าจะกล้าทำความเข้าใจ....

ความสัมพันธ์ดูเรียบง่ายอ่ะ แต่มันซับซ้อนกินลึกลงไปในตัวโดยเฉพาะกับจูเลียส ยิ่งทำแบบนี้มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเหงามากขึ้นเท่านั้นนะคะ

เดิ้นน่ะ...หมีรู้สึกว่านายแอบมีอะไรๆ อยู่ข้างใน 55+ ตามประสา อยากเชียร์นะ แต่กลัวว่ายิ่งอยู่ด้วยกันหลุมดำที่มีมันจะยิ่งกว้างขึ้นลึกขึ้นทั้งคู่

หมีเป็นห่วงนะทั้งคู่

ถ้ายังไม่มีใครเริ่มเปลี่ยนอะไรน่ะนะ....

เพราะงั้นมาต่อให้มันเป็นไปในแง่ที่น่ากระชุ่มกระชวยหัวใจไม่ได้เหรอคะเนเน่..../โวยวาย

#16 By akua on 2010-01-06 12:24

*ฟื้นขึ้นมาจากพื้นเพื่อกอดโดยเฉพาะ*
TT-TT
*กอดดดดดดดด*
orz

#15 By jackywinter on 2010-01-06 12:04

อาอาอาอา..

ชอบอ่า........

อธิบายไม่ถูก แต่อ่านแล้วเหงาๆ
มันเหงาทั้งคู่เลยค่ะ มันโหวงๆอ้ะ

อยากลูบหัวทั้งเดิ้น ทั้งจูเลย /ลูบๆ
อาอา หิมะสีขาว สีขาว.......

ปกติ ไม่ค่อยอ่านฟิคแนวนี้
แต่อ่านของพี่เนแล้วชอบนะคะ
แต่งมาอีกน้า /เขย่าๆ

*ลูบหลังพี่เชค* โอ่ๆ ใจเย็นๆนะคะ

#14 By Amina Eirwen on 2010-01-06 00:51

หลังจากกลับบ้าน+นอนไปตื่นหนึ่งแล้ว ก็เลยเรียกสติกลับคืนมา หุหุ มาเม้นต่อจ้ะ confused smile

ฮ้า...เป็นฟิคที่รู้สึกว่า...อ่านแล้วชวนเหงาจังเลย แถมเจ็บลึกๆ อีกด้วยแน่ะ โถ ทำไมช่างเป็น 2 คนเหงาที่โคจรมาพบกันอย่างนี้ละ! นี่คือความสัมพันธ์ที่น่าเศร้า ในความคิดของแม่ทิลด้าเน้อ โอเค คุณเราเรียกได้ว่ามีหลายหน้า เพราะว่าคนเราไม่จำเป็นต้องเปิดเผยทุกด้านให้คนอื่นได้รู้ แต่เมื่อคน 2 คนคล้ายจะเผยด้านเดียวกันให้กันและกันรู้ แต่กลับไม่มีความผูกพันธ์ทางใจมากเพียงพอนี่ มันเศร้าจริงๆ นะ

โดยเฉพาะจูลี่ที่มีรอยยิ้มเสมอ พอรอยยิ้มนั้นกลายเป็น "กลวงโบ๋" มันทำให้ใจหายมากเลยล่ะ ><

อ๋า นี่มันเป็นเม้นที่ไม่ได้เจาะถึงการเขียน แต่ว่าด้วยความรู้สึกล้วนๆ เลยง่า หวังว่าเนเน่วกะมิจังจะเข้าใจเน่อ sad smile

#13 By Matilda & Jack on 2010-01-06 00:49

เฮ้ย ฉันชอบเรื่องนี้้มาก เป็นสไตล์แบบที่ชอบเปะๆ เลย
กรี้ดเนเน่ T_T ทำไมแต่งได้ดีแบบนี้ล่ะ

ฉันชอบความสัมพันธ์ เหงาๆ แบบนี้มากเลยอ่ะ
คาแรกเตอร์จูลี่ แบบนี้แหล่ะ ที่ชอบล่ะ

อายังไงก้ไม่รู้ ทำไมรู้สึกว่าในบลอดเวนจะเป็นแบบนี้ว่ะ เพราะในสไกป์ ก็ประมาณนี้ป่ะ

แต่นี่เหมือนเดิ้นจริงๆนะ
ไม่ค่อย AU เลยว่ะแก๊ มันเป็น Fanfic แบบอิงจริงๆอ่ะ
ชอบบบบบ ให้สิบคะแนนเต็ม ชอบมาก T_T

เห็นภาพจูลี่ในหิมะตลอดกาลเลยอ่ะ

นี่เป็นคาแรกเตอร์ที่เหมาะมากเลยนะเนี่ย เหมาะกับบุคลิกจูลี่โคตร เกิดมาเพื่อบทนี้ จนจะ convince ว่าเป็นแบบนี้จริงๆเลยก็ได้ว่ะ เห้ย หรือเป็นแบบนี้จริงอ่ะ แยกเรืองใน parallel กับ โลกจริงบลอดเวนไม่ออกแล้ว

อาเริ่ด ไม่รู้จะเมนท์อะไรแล้ว แต่นี่เป็นฟิกที่ดีมากจริงๆว่ะเดิ้น
โกรธไอพวกเมนท์เกรียนข้างบนจัง -''-

#12 By [ S h e c k ] on 2010-01-05 23:37

เม้นท์ไม่ถูกเช่นกัน เอ่อ ทำไมกำแพงต้องขาวคะ \\ฉากหลบ

#11 By talalan on 2010-01-05 22:18

/โทรแจ้งดิอัสให้มาจัดการ(?)


พวกคุณทำให้ทิลด้าครับ เม้นเกรียนนะครับ /เสียงจริงจัง


นี่คือการรวมกลุ่มบุคคลน่าสงสารแห่งบีทีสินะเนี่ย หมีเข้าใจๆ /พยักหน้าหงึกหงัก

#10 By akua on 2010-01-05 20:48

โห...โห... เช็ดเป็ด OTZ ความรักอิ๊อ๊างคาวาอี้อะไรกันคะพี่ นี่มันดราม่าชัดๆเลยอ๊าาาาาา

คุ่นน่ะจริงๆแล้วชอบบรรยากาศแนวๆนี้มากเลยล่ะ ชอบตอนที่ต่างฝ่ายต่างไม่ถามเรื่องของกันและกันมากๆ มันรู้สึกได้ถึงกำแพงบางๆที่มาขวางทั้งคู่เอาไว้เลย ดราม่า... นี่ไงล่ะดราม่าาาาาาาาาา

#9 By KUN on 2010-01-05 18:58

โอว โอว โอว

สะดิ้งศรี!!!!!!

*กรี๊ดแล้ววิ่งจากไป*




ปล. บันทึกไว้เรย นี่เป็นเม้นเกรียนอันแรกของแม่ทิลด้า!!!

#8 By Matilda & Jack on 2010-01-05 17:37

ว้าววว มามองเม้นเเต่ละคน
เกรียนติดดาวให้เลย

#7 By MISAKI on 2010-01-05 15:18

/me โผล่มาเพื่อทรุดโดยเฉพาะ

orzzzzzz

#6 By jackywinter on 2010-01-05 15:17

ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

ไม่ได้ที่ 1 !!!!!!!!!!!
ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

มาช้าปายยยยยยยยยยยยยยยยย
/เกรียน


แต่ชนะนิกุล่ะนะ ../เจิดจรัสลอยขึ้นฟ้า

#5 By Pupu Meteor on 2010-01-05 15:08

=[]= ว้ายๆ นี่มันลึกซึ้ง ชอบล่ะ ชอบรูปแบบความสัมพันธ์อย่างนี้ อธิบายออกมาได้ดีัจังล่ะ ชอบมาก

แต่ว่า comment ไม่ถูก ทำไงดี

เอ่อ อ่า...ชื่อเรื่องเข้ากับเนื้อเรื่องมาก *เมนต์เกรียนแล้ววิ่งหนีไป*

#4 By อีฟ on 2010-01-05 15:02

โอ้ววววววววววววววววว

เม้นไม่ถูกจึงมาเม้นเกรียน

//สูบฟิคแล้วจากไป

#2 By ทราย (Xiang-gu) on 2010-01-05 14:48

ชื่อเรื่องไทย (แบบหนังฝรั่งเข้าโรง)

เรื่องหวามไหวของชายใจเปลี่ยว...




*วิ่งเฝดหนีไปอย่างเนียนๆ

#1 By @Brown Sucre's on 2010-01-05 14:47