Dead Fish

posted on 27 Dec 2009 11:56 by tgdiary

Dead fish

Blodwen@parallel Universe
Aiden/Gael

ผู้แต่ง:   la lune  เจ้าของคาแรคเตอร์ Aiden Krupin

 

ตึกตัก... ตึกตัก...
เอเดนไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าหัวใจของตัวเองจะเต้นได้นุ่มนวลถึงเพียงนี้
ตึกตัก... ตึกตัก....
ม่านตาของเขายังหรี่แคบ กวาดสายตามองฉากวุ่นวายรอบด้าน

“โกยใส่กระเป๋า อย่าอุ๊บอิ๊บนะโว้ย กูดูอยู่” เสียงตะโกนมาจากหน้าเคาน์เตอร์
“ไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่มียาม ไม่มีเซฟ เยี่ยมเลยว่ะ!”
“เร็วๆ กูเมื่อยแขน ไอ้ห่านี่”
ชายคนเดิมยังถือมีดจ่อคอหญิงชราเจ้าของร้านเครื่องประดับ เสียงสร้อยกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งมาจากทางอื่น ส่วนเขาจัดการกับลิ้นชักเก็บเงิน
มันเป็นงานง่ายๆ และถือว่าเราโชคดี โจรกระจอกสามคนมักจอดตั้งแต่เริ่มกระแทกประตู เพราะคิดว่าสังคมยุคนี้ถูกสต๊าฟไว้ตั้งแต่ยุคกลางและไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เรียกง่ายๆว่าสัญญาณกันขโมย แต่ถ้าผ่านด่านมาได้โดยใช้เส้นสายหรือสมองก็องแก๊งบ้างเล็กน้อย ก็มักงุ่นง่านอยู่กับการข่มขู่ขอรหัสเซฟจนตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ

ในโลกที่เอเดนอยู่ การขู่เอารหัสเซฟนั้นง่ายและรวดเร็วกว่าการไขรหัสเอง หรือขนเซฟกลับไปท้าทายสติปัญญาต่อที่บ้าน หรือปลุกปล้ำด้วยเครื่องไม้เครื่องมือห้ำหั่นเหล็กกล้าราคาแพงลิบ ที่โจรกระจอกรู้ดีว่านั่นเป็นค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ในเมื่อพวกเขาใช้จ่ายเงินอย่างเคร่งครัดให้กับสิ่งสองสิ่ง คือจ่ายดูดปุ้น และเมาพนัน
 
เอเดนไม่ได้เข้าข่ายที่ว่ามาสักนิด...
แต่ถ้าโจรมีองค์กร เป็นบริษัท เอเดนคงเป็นพนักงานประจำอย่างไม่ต้องสงสัย

“เก็บเสร็จหรือยัง”
“ยัง” เอเดนตอบ ไม่เงยหน้าจากกระเป๋าเงิน
“รีบๆเก็บแล้วมาช่วยทางนี้ด้วย”
“เออ ได้ แต่ขอสูบบุหรี่ก่อน” เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง
“ประจำล่ะ ยัดไส้?”
“มั้ง”

เอเดนควักปืนออกมา แล้วยิง
อีกฝ่ายร่วงลงพื้นพร้อมกระเป๋า เสียงดังกรุ๊งกริ๊งผ่านหูของเขา มันฟังดูเหมือนเทปที่ยืดยานคาง เพื่อนร่วมแก๊งอีกคนปล่อยมีด แล้วตะโกนอะไรบางอย่าง เลือดลามเลียเต็มพื้น ไม่ได้พุ่งกระฉูดด้วยแรงดันราวกับภูเขาไฟใต้พื้นโลกเหมือนในหนัง เอเดนไม่รู้ว่ายิงโดนจุดไหน แล้วเจ้านั่นยังหายใจหรือถูกสูบลงนรกไปแล้ว...

ตึกตัก...

แล้วเขาก็วิ่ง

เมื่อเขาไปไกลถึงมุมตึก ประสาทการได้ยินเริ่มทำงานอีกครั้ง เอเดนได้ยินเสียงสบถ แล้วคำพูดตกอกตกใจ แต่ชวนขัน
‘มันมีปืน!’
ก็แล้วใครมันจะบอก...

เอเดนไม่ใจดีพอที่จะสะกิดไหล่เพื่อนร่วมแก๊ง หยิบยื่นอาวุธของเขาเพื่อแลกกับมีดจิ้มสเต๊ก ก่อนพูดอย่างมีไมตรีว่า ‘เอาไปใช้สิ’ ไม่มีมิตรในหมู่โจรอาจเป็นคำเชยๆ แต่จริงยิ่งกว่าประโยคหาเสียงตอนเลือกตั้ง
หญิงชราคงปลอดภัยดี โจรไม่ใช่ฆาตกรต่อเนื่อง และมักขี้ขลาด เขาจินตนาการต่อถึงภาพพรรคพวกอีกคน ที่ป่านนี้คงเสียเวลากับการโกยของมีค่า แล้วหนีไปอีกทาง ผิดแผนปุ๊บต้องเผ่นก่อนเป็นกฏง่ายๆที่ดี ตามมาด้วยการกบดาน เมื่ออดอยากได้ที่ เพชรพลอยที่ได้มาก็เก็บไม่อยู่ ต้องแลกเป็นเงิน ตำรวจตามรอยมา แล้วก็จบเห่
อา... เขาคิดถูกแล้วที่เสนอตัวจัดการกับลิ้นชักเงิน
ก็พออยู่ไปได้อีกเดือน
แต่ก่อนอื่น ต้องหาที่หลบสักพัก
อากาศเย็น... ได้เวลางีบ...

เอเดนตรงเข้าตรอกแคบๆ บ้านเรือนแออัดที่เพื่อนบ้านทำเป็นไม่สนใจกันและกัน ทำตัวเป็นอากาศธาตุ และเผ่นหนีเงาของคนอื่น บางครั้งอาจรวมถึงเงาของตัวเองในเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้า
อพาร์ตเมนต์เก่าๆโล่งและเงียบ โถงด้านล่างรกร้าง เฟอร์นิเจอร์หักพัง มีหยากไย่และฝุ่นเกาะเต็ม เขาเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง และชั้นสาม เอเดนไม่เคยรู้ว่าทำไม แต่เขามักผูกพันกับเลขสาม เพราะอะไรบางอย่าง เขาไม่เคยเลือกมัน แต่มันมักเลือกเขา

ที่ชั้นสามประตูมีอยู่บานเดียว
ไม่ได้ล็อค
อันที่จริง มันแง้มน้อยๆ ราวกับเชื้อเชิญให้เขาเข้าไป

เอเดนสัมผัสลูกบิดประตู
สะอาด
แต่ภายในห้องไม่ได้สะอาดอย่างที่คิด ข้าวของกองเกลื่อนกลาด กระจัดกระจายเหมือนโดนพายุถล่มมาก็ไม่ปาน แต่เขารู้ในทันทีว่ามันไม่ใช่ ตู้ ลิ้นชักทุกบานเปิดอ้า เสื้อผ้าถูกคุ้ย เทออกมาอย่างตั้งใจ
เสื้อผ้าของสิ่งมีชีวิตเพศเดียวกันกับเขา ที่ตัวไม่เล็กเลย
เอเดนหยิบเสื้อโค้ทตัวหนึ่งขึ้นมา
หกฟุตกว่า... เขาต่อในใจ
ร่างผอม

เอเดนปล่อยเสื้อโค้ทแล้วเดินเข้าไปในครัว หลายสิ่งบอกได้จากในครัวเสมอ เขาเปิดตู้ คุ้ยเขี่ยตู้เย็น
อาหารสด? ชอบทำอาหารซะด้วย คุณภาพชีวิตที่ดีจนเขานึกชื่นชม เคยเลี้ยงหมา จากการจัดของในครัวบ่งบอกว่าเป็นคนค่อนข้างมีระเบียบ และ...
เอเดนเลิกคิ้วข้างหนึ่ง
ไม่นิยมเหล้า เบียร์ บุหรี่???

“แย่จริง” เอเดนบ่นงึมงำ คว้านมกล่องมาดื่มอึกอัก
ชายหนุ่มกลับมายังส่วนของห้องนั่งเล่น เขาโยนกระเป๋าเงินทับเสื้อผ้าสีสันเดิมๆ แบบเดิมๆที่กองอยู่กระจัดกระจาย เมื่อดูรวมๆแล้ว เจ้าของห้อง(ที่อาจเผ่นหนีไปจากการทวงเงินของเจ้าหนี้)มีลักษณะเข้าข่ายคนทำงานอาชีพหมอ หรือทนาย
“พวกไม่ค่อยสร้างสรรค์เท่าไหร่” เขาลงความเห็น
เอเดนก้าวผ่านห้องช้าๆ ห้องโล่งๆถูกแบ่งเป็นสัดส่วน แต่ไม่มีประตูหรือกำแพงมาขวางกั้น ประตูบานเดียว หนึ่งเดียวในห้องนั้นที่ยังปิดสนิท อยู่ตรงหน้าเขา
เขาผลักมันออก ก้าวเข้าไป แล้วจ่อปืนกับใครก็ตามที่อยู่ในนั้น
ร่างบนเตียงล้มแปะบนฟูกปราศจากการขัดขืน เอเดนคร่อมร่างนั้นไว้ ตรึงแขนทั้งสองข้างของชายผมทองด้วยมืออีกข้างหนึ่ง มีเรื่องให้แปลกใจอีกครั้ง
ใครคนนั้นเปลือยเปล่า และเขาก็ได้กลิ่นตกค้างของเซ็กซ์...

“อย่าทำ...”
เจ้าของร่างผอมผู้ที่มีผมปรกหน้าปรกตาเอ่ยเสียงแผ่ว เอเดนมองเห็นดวงตาสีฟ้าที่ดูเลื่อนลอย ที่ประดับอยู่เหนือใต้ตาดำคล้ำ มีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขามองตานั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่เข้าใจ แล้วตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจว่ากำลังสงสัยอะไร
“อย่าทำ...”
เขากะพริบตาปริบๆ มือคลายออก มีช่องว่างมากพอทีการบิดข้อมือเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เป็นอิสระได้ แต่ร่างนั้นไม่ทำ เอาแต่นอนแน่นิ่ง ไม่ดิ้นรน ราวกับยอมแพ้ชะตากรรม นอนรอความโชคร้าย และเว้าวอน
เอเดนมีจุดอ่อนบางอย่าง แต่จุดอ่อนของเขาไม่ใช่การติดนิสัยทำดีกับชายร่างสูงใหญ่เช่นนี้แน่ อาจเป็นเพราะผิวขาวซีด ไฮไลต์ประหลาดที่เรือนผม หรือสายตานั่นก็ได้ที่ทำให้เอเดนรู้สึกอึดอัด
เขาตัดสินใจเร่งมือกับการผูกเงื่อนราวกับเป็นลูกเสือดีเด่นแห่งปี เมื่อชายหนุ่มจัดการกับงานชิ้นนั้นเสร็จ เขาก็เดินกลับออกมาจากประตู ซุกตัวกับโซฟา แล้วงีบหลับในทันที

เอเดนสะดุ้งตื่นในกลางดึก เขาไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ
แต่เขากลับฝันถึงผี
มือของเขายังชุ่มโชคและชื้นเหงื่ออยู่เลย ตอนที่มองไปยังประตูบานเดิม

เขาฝันร้าย เพราะสายตานั่น...
มันเหมือนสายตาของคนตายที่จ้องตอบมา
เป็นภาพติดตาที่ทำยังไงก็ไม่เลือนหาย...

เอเดนหยิบมีด ก้าวเท้าฉับๆเข้าไปในห้องพัก เขาเป็นคนความดันต่ำ เกลียดการนอนไม่พอ เกลียดการถูกปลุกกลางคันขึ้นกลางคัน และเขารู้ดีว่าตัวเองจะนอนไม่หลับ หากไม่จัดการในทันที
ตาคู่นั้นยังมองเหม่อ และจ้องตรงมาที่ชายหนุ่ม
เอเดนไม่มั่นใจว่าขณะนี้เวลากี่ทุ่มกี่ยามแล้ว แต่เส้นเลือดที่กระจายตัวอยู่บนดวงตาขาวชืด ทำให้ดูเหมือนว่าตั้งแต่ยามที่เขาจากไป ไม่สิ อาจจะตั้งแต่ก่อนหน้านั้น ที่ดวงตาคู่นี้ไม่เคยได้ปิดสนิท

เมื่อเซลล์ในร่างกายตายหมดทุกส่วน เมื่ออวัยวะทุกอย่างหยุดทำงาน
มันก็เหมือนกับว่าทุกสิ่งว่างเปล่า กลวงโบ๋ ไม่มีอะไรอีกแล้ว นอกจากร่างที่ทิ้งไว้ซึ่งนอนแน่นิ่ง
ทว่าดวงตาก็ยังลืมตื่น ราวกับพยายามมองหาผู้ช่วยชีวิต แม้ว่าวิญญาณจะดับสูญไปแล้ว...
เฝ้ารอคอยให้ใครมาจัดการเรื่องทุกอย่างให้...
รอคอยใครสักคน...

เอเดนลงมีด
อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะกะพริบตา ขณะที่เขารู้สึกว่าปลายมีดสัมผัสถึงเป้าหมาย มันเชือดเฉือนจนขาดสะบั้น เขาโยนมีดทิ้งไปทาง รู้สึกถึงเตียงที่ยวบลง แต่เอเดนไม่ได้มองอีกแล้ว เขาหันหลังให้กับภาพทุกอย่างบนเตียงนั่น ก่อนจะรู้สึกถึงมือที่กุมไหล่

เขามองเชือกขาดๆ
คิดอยู่แล้วว่าบางทีการทำตัวใจบุญก็ทำให้ชีวิตยุ่งยากอีกหลายเท่าตัว แต่ถึงยังไงเขาก็เป็นคนเดียวที่มีอาวุธ
เอเดนหันกลับไป...
ของเหลวอุ่นร้อนชุ่มอกเสื้อ ก่อนจะแผ่ลามไปยังส่วนอื่นๆ เลอะเปรอะเตียงจนเต็ม...








หลังจากที่ตัดสินใจทำไปแล้ว เขาไม่คิดว่าตัวเองจะนึกเสียใจภายหลัง







“ห่าเอ๊ย” เขาสบถขรมกลบเสียงซู่ซ่าของน้ำในอ่างล้างจาน
“ขอโทษ...”
เอเดนโยนผ้าขนหนูเปียกน้ำให้อีกฝ่ายทำความสะอาดเนื้อตัว มันร่วงแผล่ะลงบนหัวทองๆนั่นอย่างแม่นยำ พยายามไม่มองสภาพเสื้อตัวเดียวของเขาที่เปื้อนคราบอาเจียน
เอเดนคิดผิดจริงๆ
และเศร้าสลดเสียด้วย
ในวินาทีที่หันกลับไป เขาก็จมอยู่ในกองอาเจียน

“ไปซะที” เอเดนพูด เขาไม่ชอบสายตานั่นเลย
“ไปไหน” อีกฝ่ายตอบกลับ
“ไปไหนก็ได้ ไปให้พ้นๆ”
“แต่ที่นี่... เป็นบ้าน...”

เออ จริง
หลายวินาทีผ่านไป ชายหนุ่มก็ตั้งสติได้
เขาเป็นผู้บุกรุก

“ขอบคุณ” อีกฝ่ายรับแก้วกาแฟ

ผู้บุกรุกที่ทำตัวเหมือนเป็นเจ้าบ้าน...

เอเดนมองแก้วกาแฟในมืออย่างมึนๆ หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก นอกจากเดินไปชงกาแฟ แจกจ่ายแก้ม จิบกาแฟของตัวเอง ชื่นชมความสามารถในการชงกาแฟของตนเอง ถึงจะเป็นโจรกระจอก แต่ก็เป็นโจรกระจอกที่มีระดับ
เขาควรจะมีมารยาท แม้จะเป็นกับเจ้าของบ้านที่เขาบุกปล้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... กับเจ้าบ้านที่มีมารยาท
“ด้วยความยินดี” เอเดนตอบ “เติมอีกไหม?”
“ไม่ ขอบคุณ”
แม้จะเงยหน้าตอบ แต่เส้นผมก็ปิดดวงตาของอีกฝ่ายจนมิด

ทั้งสองนั่งจิบกาแฟเงียบๆ
โจร กับเหยื่อบ้ากาม นั่งจิบกาแฟด้วยกัน ในบ้านที่เพิ่งถูกปล้น
นี่มันยิ่งกว่าในนิยายอีกนะ

“คุณ... เป็นตำรวจ?” เจ้าบ้านถาม
“เปล่า”
หลังจากที่เพิ่งปล้นร้านเพชรมา เขาคิดว่านี่เป็นคำตอบสุดท้าย...
“อ้อ”
“อืม” แต่แล้วเอเดนก็เหลือบไปเห็นมือที่แตะถุงเงินเดือนของเขาอย่างตั้งใจ
ชายร่างเปลือยมองมันอย่างสนใจ
“อย่าเตะ!” เอเดนตวาด
ร่างนั้นสะดุ้ง เป็นท่าทางสะดุ้งที่ไม่เหมาะเลยกับคนตัวใหญ่ แต่ชายผมทองสะดุ้ง สะดุ้งจริงๆ
เอเดนกระชากถุงนั่นกลับมาไว้ใกล้ตัว แล้วล้มตัวลงนอนบนโซฟา เงียบกันไปอีกครั้ง แต่ความจริงภายในสมองของเอเดนไม่ได้เงียบเลย คำถามปลิวว่อน เต็มไปหมด เขาไม่คิดว่าจะมีใครที่มองโลกในแง่ดีอีกแล้ว  และเขาเองจัดว่าปรากฏตัวได้อย่างน่าสงสัย มีมีด และปืนในกระเป๋ากางเกง ดูยังไงก็ไม่ใช่ตำรวจ และอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ รวมถึงเจ้าของห้องร่างเปลือยนายนี้ ก็โผล่มาอย่างน่าสงสัย
โอเค อาจจะไม่ได้โผล่มา แต่เป็นเขาที่ไปเจอเอง
เขาควรจะสงสัย ใช่ไหม?
เอเดนมีคำถามมากมาย แต่คำถามเหล่านั้นไม่ได้ออกจากปากของเขาตลอดทั้งคืน

เขาหลับ ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวในห้องจนตื่นมาครั้งหรือสองครั้ง
มันเป็นสิ่งที่เขาคาดไว้ ใช่ เขาเปิดโอกาสเต็มที่
แต่ใครคนนั้นที่บอกชื่อให้เขารู้จักในตอนเช้า ใครคนนั้นที่เป็นเจ้าของปอยผมสีดำ ยังคงอยู่
เกลทำอาหารเช้าเผื่อเขา ในห้องที่รกรุงรังราวรังหนู เอเดนเพิ่งสังเกตว่าหลังนั้นงองุ้ม แต่เขาปิดปากตัวเองด้วยขนมปังและไข่กวน จึงไม่ได้พูดอะไรมากมายนัก นอกจากปล่อยให้อีกฝ่ายแนะนำตัว เมื่อเขาปิดฉากการรับประทานอาหารอย่างงดงามด้วยกาแฟ เอเดนจึงพูดเป็นคำแรกด้วยชื่อของตัวเอง
เกลทำอาหารได้ดี และเป็นคนแปลก
แปลกที่ยอมให้คนแปลกหน้าอย่างเขาอาศัยอยู่ในบ้าน แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้พูดออกมา แต่เอเดนก็คิดจะใช้สิทธินั้นอย่างเต็มที่อยู่แล้วตั้งแต่แรก แต่เกลก็ไม่พูดอะไร และที่น่าแปลกใจคือ เขาออกไปซื้อของ กลับมา ทำอาหารเผื่อเขาสามมื้อ เก็บกวาดจานให้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน
แปลก... แต่เอเดนก็ชอบที่มันเป็นอย่างนี้
ไม่มีการพูดคุยอะไรมากมาย เหมือนหนูสองตัวที่ถูกจับมาอยู่ในกรงๆเดียวกัน

เอเดนอยู่ในช่วงเก็บตัว เขาขลุกตัวอยู่ในอพาร์ตเมนต์ของเกล มีสิ่งที่แปลกอีกอย่าง นั่นก็คือ เขาไม่เคยรู้ว่าจริงๆแล้วเกลทำอาชีพอะไรกันแน่ ไม่มีเรื่องราว ไม่มีอัลบั้มภาพ ไม่มีข้อมูลอะไรสักอย่างที่ตกค้างอยู่ในสถานที่นี้นอกจากความจริงที่ว่า เจ้าของเป็นชายหนุ่ม โสด เคยมีหมาหนึ่งตัว
เท่านี้เอง
จริงๆ
เอเดนอยู่แบบนี้มาสองสัปดาห์ สองสัปดาห์ หรือครึ่งเดือน เกลออกไป แล้วก็กลับมา นานๆทีจะนั่งเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง เขามองไม่เห็นหน้าของอีกฝ่าย แต่จิตใจนั้นคงหลงวนเวียนอยู่ในอดีต คนเราชอบหมกมุ่นกับอดีต โดยเฉพาะคนรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขา
คนเรามีสามแบบ หมกมุ่นอยู่กับอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
คนหมกมุ่นกับอนาคต จัดว่าเป็นพวกเพ้อฝัน คนหมกมุ่นกับอดีต จัดว่าเป็นพวกอมทุกข์ คนหมกมุ่นกับปัจจุบัน จัดว่าเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย หรือเรียกอีกอย่างด้วยภาษาที่นุ่มนวลกว่าเดิม ว่าเป็นคนที่มองโลกตามความจริง
ส่วนเอเดน เป็นพวกหลัง
เขาจึงไม่เข้าใจความหมายสิ่งที่อยู่ในดวงตาของเกล

‘ถ้าวันนึงคนที่เชื่อใจทรยศ คุณจะทำยังไง’
จู่ๆเกลก็ถาม เขารดต้นไม้ทุกวัน เป็นคนที่จิตใจดี แต่วันนี้ ต้นไม้เหี่ยวเฉา ทั้งๆที่มันได้รับการดูแลอย่างดี ได้รับการพรวนดินทุกวัน แต่มันก็ไม่เคยออกดอกให้ได้ชม มีแต่จะเหี่ยวลงทุกวัน ใบแห้งกรอบ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และจากไปดื้อๆ
ทั้งๆที่มันไม่เคยออกดอกเลยสักครั้ง...
‘ไม่ทำยังไง’ เอเดนตอบง่ายๆ เขายอมรับได้ เพราะเขารู้ รู้มานานแล้ว ว่าไม่ควรเชื่อใจใครนอกจากตนเอง
‘ผมคงทนไม่ได้...’ เกลพูดต่อ

เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกลไม่เคยกลับไปยังห้องนั้นอีกเลยไหม? ขณะที่ส่วนอื่นๆของห้องถูกจัดเก็บ ทำความสะอาดอย่างดี จนมีระเบียบเรียบร้อยชวนให้เอเดนทอดถอนใจ ทว่าห้องนอนกลับถูกปิดตาย ทุกอย่างยังอยู่ในสภาพเดิม เอเดนไม่เคยเข้าไปในห้องนั้นอีก และเกลก็ด้วย
โซฟามีมากพอที่จะให้ชายสองคนนอนเอกเขนก
และในตอนแรกเอเดนก็ไม่ได้คิดว่าตนเองจะอยู่ได้นานขนาดนี้
เขาคิดว่าจะพักเพียงหนึ่งคืน แล้วจากไป
เขาคิดว่าจะอยู่เพียงสามคืน แล้วจากไป
จากนั้นมันก็เปลี่ยนจากวัน เป็นอาทิตย์
สองอาทิตย์ผ่านไป เอเดนยังคงอาศัยอยู่ที่นี่
เขาชินกับความเป็นอยู่แบบนี้จริงๆ เหมือนสัตว์ป่าที่ถูกเอามาเลี้ยงจนเชื่อง นานๆทีเขาเริ่มทำอาหาร เขาปฏิเสธใจตัวเองไม่ได้ว่าเขาชอบห้องครัวที่สุด และการชงกาแฟด้วย ชอบมากกว่าเงิน มากกว่าอย่างอื่น มากพอๆกับ... การถ่ายภาพ

เกลเจอรูปเก่าๆที่ตกค้างในกระเป๋ากางเกงของเขา
‘คุณเป็นช่างภาพ’
‘เมื่อนานมาแล้ว’ เอเดนตอบ
เกลนิ่งไป แต่ในดวงตาที่เบิกโพลง บอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายทึ่งจัด

หน้าร้อน แต่ฝนตกฟ้ารั่ว เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างฟังดูน่ากลัว และไฟก็ยังมาดับ
เอเดนถือเทียนเดินไปเปิดประตู
“นายไม่ได้เอาร่มไป”
“ร้านขายของชำ... อยู่ไม่ไกล...” เกลพูด เสียงขาดห้วงเป็นระยะ
เมื่อเกลเดินเข้ามาในห้อง เขารีบปิดประตู สังเกตว่าร่างนั้นสั่นสะท้าน  อาจเป็นเพราะความหนาว...
เอเดนมองร่างที่เปียกโชกจากสายฝน เขายังคงยืนนิ่ง พยายามฟังเสียงหยดน้ำที่ตกกระทบพื้น แต่ก็ไร้ผล “ไม่ได้ของมาหรอกเหรอ”
ไม่มีถุงกระดาษสักใบ เดาว่าอาหารเย็นวันนี้คงจะเป็นซุปกระป๋อง
หยดน้ำ หยดลงบนพื้น อีกครั้ง...
“เป็นอะไร” เอเดนถาม
เกลเป็นชายร่างใหญ่ที่ดูเปราะบางเหมือนแจกันใบโต ที่เหมือนจะแข็งแรง แต่ถ้าชนที มันก็แตกเป็นเสี่ยงๆไม่ต่างจากแจกันใบอื่นๆ หรือแก้วใบไหนๆ เอเดนไม่เคยเห็นเกลแสดงสีหน้าอะไรเลย ขณะที่คนอื่นสวมใส่หน้ากากหลายชั้น เกลมีหน้ากากเพียงชั้นเดียว คือชิ้นที่เขาสวมอยู่สม่ำเสมอ  
เกลไม่เคยแสดงสีหน้าเหมือนในวันนั้นอีกเลย
แต่วันนี้ ใบหน้าของเกลที่อยู่ภายใต้แสงไฟสลัว ซีดเผือด และจ้องมายังเอเดน เหมือนวันนั้นไม่มีผิด เพียงแต่วันนี้ร่างของอีกฝ่ายสั่นเทา ดูเหมือนสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บ ดูอ่อนแอ
เกลเอนศีรษะพิงไหล่ของเขาเป็นที่พึ่ง
วินาทีนั้นเองที่เขาได้ยินเสียงน้ำหยดลงบนพื้นอย่างชัดเจน...
“โรแลนด์...”
เสียงของเกลแผ่วเบา แต่สะท้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนเสียงของหยดน้ำ
เอเดนได้กลิ่นที่คุ้นเคยนี้ตั้งแต่แรกแล้ว กลิ่นที่ผสานไปกับกลิ่นเหงื่อ กลิ่นเฉอะแฉะของผิวดิน กลิ่นของฝน
กลิ่นของเลือด...
เกลทิ้งน้ำหนักลงที่ไหล่ของเขา มากพอที่เอเดนจะเซไปกระแทกผนังห้อง ศีรษะของเขาปวดแปล๊บ เขารู้สึกว่าไหล่ของตัวเองเปียกชื้นด้วยของเหลวอุ่นๆจนชุ่มโชก เช่นเดียวกับที่ความอบอุ่นแผ่กระจายไปจนทั่วหน้าท้อง ท่อนขา... ความอบอุ่นที่ชวนง่วงนอน และทำให้เขาตาปรือ
เอเดนไถครูดกับกำแพง เขาได้ยินเสียงหยดน้ำจากตัวเขาเอง ประสานเสียงไปกับหยดน้ำจากเสื้อเปียกๆของเกล หยดน้ำจากตาของเกล ตาของคนตาย
ตาของเขา...
.
.
.
.
.


***********
 
EVE: แจ้นมาโพสต์ทันทีที่ได้รับฟิค  ขอบคุณมากค่ะ  *โค้งงามๆ * อรั๊ย  
BT-Parallel นี่ช่างมีรูปแบบของตัวเอง  แบบว่า...ไม่ใครก็ใครตาย...ไม่ก็ตายทั้งคู่  อะไรงี้ 555+
 

Comment

Comment:

Tweet

#6 ก้ากกก ตอนช่วงครึ่งหลังมั้ง แต่งได้แบบเรื่อยๆไม่ติดขัดเลย อินจัด กรั่ก! ไหนๆก็มาเมนต์แล้วขอทวงคาร์นิวัลหน่อยเฮอะ หมีๆกลับมาแล้วอย่าลืมมาประชุมกันน้าาาาา question

#7 *เขิน* เวลาพี่เชคกับพี่อีฟชมนี่เหมือนได้ถ้วยรางวัลเลยแฮะ ,,- -,, ฉากบนเตียงเหรอพี่... ทำไมถ้าสลับจากเดิ้นเป็นทัตเนว่ามันก็เนียนได้อยู่ เอร๊ยยยย
อ..เอาไปกดได้สินะทัตซัง... ก้ากกกก
จ้ะ แล้วเนจะแต่งมาอีกเรื่อยๆนะ ฮุฮิ

อา... ทำไมเวลาแต่งเดิ้นเกลในพาราเรลมันเหมือนเขียนจดหมายรักเลย อรั๊ง!

#8 By jackywinter on 2009-12-30 17:16

อ่า จะพิมพ์ตอบตั้งนานแล้วแต่รวบรวมเป็นคำพูดลำบากเหลือ
อือ ชอบมากเลย อย่างที่อีฟชอบด้วย ชอบที่เก็บบรรยากาศเกลบลอดเวนเอาไว้ (แอดความโรคจิตแนบเข้าไปด้วย)
เกลดูโคตรอ่อนแอเหมือนแจกันใบใหญ่เจรงด้วยเนอะ เปรียบได้เหมาะเหม็งและเห็นภาพมาก
ใช่แล้วเกลในสภาพนั้นปล่อยไว้ไม่ได้

ชอบที่ไม่ยัดเยียดความเกย์ลงไปด้วย คงเรื่องแบบนี้แหล่ะดีแล้ว เจรงๆ้ถ้าเป็นเราแต่งฉากที่อยู่บนเตียงฉํนต้องทนไม่ไหวยัดฉากแน่ๆ ฮ่าๆ จะทำให้ฟิกดูเปลี่ยนบรรยากาศไปเลยเนอะ แบบนี้ดีกว่า ไม่เกย์เกินไป แต่ก็จิ้นได้ ดูเป็นความสัมพันธที่มีคลาสขึ้นมาเลย เวิร์คมาก XD

ชอบเอเดน กับเกลแล้วอ่ะ แต่ก็ไม่ยกเกลให้หรอกนะฮึ้ เกลของทัตน้าา /me กรีดร้อง
แต่เอาไปกดบ้างก็โอเค เกย์เคะ เค้าช้อบบบชอบ อ่ะ ฮ่าๆ (เอ้ะยังไง)

แต่งมาได้อีกเรื่อยๆเลยนะ

#7 By [ S h e c k ] on 2009-12-28 21:34

กรั่ก ขอขำชื่อที่พี่อีฟตั้งก่อน..เกาหลีได้อีก cry


ว๊าว เนเขียนได้เดิ้นมากให้ดิ้นตาย แล้วหมีก็หลงเดิ้นอีกจนได้

โฮ่ เดิ้นเกลมันพรรณี้นี่เองนา อยู่ด้วยกันได้เรื่อยๆ น่าสงบสุขดี ถ้าไม่เริ่มหวานวูบอีตอนนั้นขึ้นมานะ ฮึก....


แต่เข้าใจ...มันคือกฏของพาราเรลนี่ใช่ไหม? จั่งซี้มันต้องตายยยย /วิ่นวือแล้วหมี - -

ชอบค่ะ รออีก รอพาราเรลอีก

#6 By akua on 2009-12-28 01:37

กรั่ก! ชื่อนี่ให้มากเลยพี่ 5555+
โอย ขำจริงจัง ความดันขึ้น!

#5 By jackywinter on 2009-12-27 22:16

กร๊ากกกก เอาเลย

เอาชื่อเรื่อง "จอมโจรตัวร้าย ขโมยใจนายหน้าโฉด" อะไรงี้ 5555+

#4 By อีฟ on 2009-12-27 18:38

เดิ้น : *ฟื้นขึ้นมาโค้งงามๆ* ขอบคุณ ขอบคุณ! *เลือดพุ่ง*
เอ้อ นั่นสิ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร = =" โทนเรื่องที่จิ้นๆไว้ในพาราเรลมันออกเป็นแนวจิตๆทั้งนั้นเลย sad smile

*กอดพี่อีฟฟฟฟ* ดีใจที่ชอบจ้ะ ฮรี้ ไม่ได้ล่ะ เค้าต้องเปลี่ยนบรรยากาศ! สร้างกระแสใหม่ เอาให้แบบแบ๊วกันตายไปข้างเลย ก้ากกกกก

แต่งไปแต่งมาสงสัยได้เป็นเกลอินทร์กับเดิ้นอินทร์ไหมล่ะนั่น

#3 By jackywinter on 2009-12-27 15:11

ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบแว๊

.....จอมโจร ขโมยใจ (ไม่ใช่้ว้อยยยย)

เกลดูเจ็บปวดมากเลยอ่ะ ;-;b!!!!

สุดท้ายก็ตายสินะ..........(กูว่าแระ....)

นี่มันโลกแห่งความตายยยยยยยยยยยยยย //แหกปาก

#2 By Nye on 2009-12-27 13:49

รักวิธีเขียน โดยเฉพาะวิธีเปรียบเทียบแสบๆ คันๆ

อ่านแล้วแอบปลื้ม ไม่ใช่แค่มีเกลอยู่ในเรื่อง แต่โทนเรื่องก็ยังใช้บรรยากาศแบบเกลๆ (ใน BT ช่วงหลัง) ด้วย
ให้อารมณ์เหมือน เอเดน หลุดเข้าไปอยู่ในโลกของเกล ทำนองเดียวกับอลิซหลุดไปอยู่ในแดนมหัศจรรย์ 555+
ขอบคุณมาก รักกันจริงก็เขียนอีกนะคะ (กร๊าก หวังผลนี่หว่าตู)

แล้วก็ ไม่รู้เป็นไง ฟิคชั่นใน BT Parallel จะวนเวียนอยู่กับเรื่องตายๆ 555+ โธ่ เอเดน ดันไปกระตุ้นต่อมโรคจิตของเกลเข้าให้ ไม่น่าเคยเป็นช่างภาพเลยนะนาย เกือบจะหวานแล้วเชียว!

#1 By อีฟ on 2009-12-27 13:20