Black Rain 3

posted on 13 Nov 2009 22:21 by tgdiary

Black Rain (3)
TG @ Parallel Universe
Tatsumi/Gael (...อืม  ก็เป็นแบบนั้นนั่นแหละ)

3.

เมื่อริมฝีปากของเขาเลื่อนมาที่ริมฝีปากของเธอ...
    ประโยคข้างต้นนี้  หากใช้เป็นประโยคเปิดของนิยายแนวโรมานซ์  ก็คงจะชวนให้คนอ่านวาบหวามอยู่ไม่น้อย  และประโยคต่อไปควรจะเป็น  “ทั้งคู่จุมพิตกันอย่างดูดดื่ม  เร่าร้อน”  แต่สำหรับเรื่องนี้  มันไม่เป็นเช่นนั้น
    เมื่อริมฝีปากของเขาเลื่อนมาที่ริมฝีปากของเธอ  เอมิเธียร์  วิลาลิเทล คว้าจับคอเสื้อเขา  บิดทุ่ม  แม้อีกฝ่ายตัวใหญ่กว่ามาก  แต่ก็กลับถูกทุ่มลงไปนอนแอ้งแม้ง
    เขานอนมองเธอตาปริบๆ  ทำจมูกฟุดฟิด
    
 “เกล”
    เกลแหงนหน้า  เขาเห็นภาพทัตสึมิกับชายแปลกหน้าอีกคนวิ่งกลับหัวเข้ามาหา
    “เขาเป็นใคร?”  เอมิเธียร์ถามเสียงห้วน  ทัตสึมินิ่งไป  ในขณะที่เวสมอร์แลนด์ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนเดิม
    “เพื่อนผมเอง”  ทัตสึมิตอบในที่สุด  “เขา...ไม่ค่อยปกติ”
    “อ้อ”  เอมิเธียร์พยักหน้า
    ทัตสึมิดันแว่นขึ้น  คำตอบของเขาไม่ถือว่าผิดจากความจริงนัก
    “สวัสดี”  แม้จะเห็นเกลยืนอยู่ตรงหน้า  เวสมอร์แลนด์ก็ยังคงรักษารอยยิ้มเอาไว้ได้  เกลมองหน้าเวสมอร์แลนด์  แล้วหันไปมองทัตสึมิ
    “ยืนขึ้น”  ทัตสึมิกล่าวเรียบๆ  เกลปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย  จากชุดที่ยังอยู่ในสภาพเรียบร้อย  ทัตสึมิไม่คิดว่าเกลจะเป็นฆาตกรฆ่าคน  และก่อนที่เอมิเธียร์จะได้เอ่ยปากถามอะไร  เขาชิงเป็นฝ่ายถามเธอก่อน
    “มาทำอะไรที่นี่?”
    “สืบคดี”
    “นั่นเป็นหน้าที่ของตำรวจ  ไม่ใช่นักเรียน”
    “ฉันเป็นนักสืบ”  เอมิเธียร์กล่าวโดยไร้ความลังเล
    “กำลังสืบอะไร?”
    “ไม่ใช่เรื่องของนาย”  คราวนี้เธอวิ่งจากไปตั้งแต่ยังพูดไม่จบประโยคดี  ทัตสึมิมองตาม  แผ่นหลังบอบบางของเด็กสาวถูกกลืนหายไปท่ามกลางฝูงชน  สีหน้าของเวสมอร์แลนด์เปลี่ยนไป
    “สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่ว่า...”
    “ยืนอยู่ตรงหน้านี่แหละ”

“จริงเลย  ฉันไม่น่าช่วยนายแต่แรก”  เวสมอร์แลนด์กล่าว
    เขายื่นถ้วยกาแฟดำให้ทัตสึมิ  แล้วทรุดนั่งลงบนโซฟาตัวข้างๆ
    ที่มุมห้อง  เกลถูกพันธนาการมือเท้าอย่างแน่นหนา  แต่ก็ไม่ได้ดิ้นรนอะไร  ยกเว้นตอนแรกๆ...เขาทำท่าเหมือนจะตามเอมิเธียร์ไป
    “มันเชื่อง  ไม่ต้องทำอย่างนั้นก็ได้”  ทัตสึมิกล่าว  ตายังมองเกล
    “ไม่อยากเสี่ยง”  เวสมอร์แลนด์ตอบ
    “มันเขียนชื่อผมได้ด้วยนะ”  ทัตสึมิกล่าวอีก  ขณะจิบกาแฟ  พึมพำ  “อยากดื่มของสตาร์บัคส์”
    “เหลือเชื่อ  สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์พัฒนาถึงขั้นจำแลงรูปร่างมนุษย์ได้แล้วหรือนี่”  เวสมอร์แลนด์พูด  แอบเติมน้ำตาลสองก้อนลงในถ้วยกาแฟของทัตสึมิซึ่งยกจิบอีกครั้งอย่างใจลอย  เขายังจำวันที่ทัตสึมิลุยฝนมาขอความช่วยเหลือตอนดึกดื่นได้ดี  ภาพในคลิปนั้นทำให้เขาอดคิดเหลวไหลไม่ได้ว่า...เกล แมคอาแวร์ ยังมีชีวิตอยู่  ทัตสึมิเองก็คงคิดเช่นนั้น  ถึงได้ลนลานนัก
    ก็เกลคนนั้นนับเป็นคนช่วยชีวิตนี่นะ
    “เสียใจด้วย”  เวสมอร์แลนด์กล่าวต่อ  “แล้วก็  ช่วยเล่าหน่อยว่าไปเจออะไรนอกกำแพง”
    “อืม”
    ทัตสึมิจิบกาแฟไปพลาง  เล่าไปพลาง  สายตามองไปยังเกลซึ่งเริ่มขดตัวเข้ากับมุมห้อง  เมื่อเล่าจบ  เขาหยิบหมอนอิงไปรองใต้หัวเกลซึ่งหลับไปแล้ว
    “จะทำยังไงกับมัน?”  เวสมอร์แลนด์ถาม  มองทัตสึมิที่กำลังลูบหัวเกลอย่างใจลอย
    “อาจจะฆ่าซะ  หรือไม่ก็ส่งตัวไปให้หน่วย...”
    “ไม่ใช่ว่าคิดจะเลี้ยงไว้เองหรอกเหรอ?”
    “ล้อเล่นหรือไง?”
    “นี่มันสายเกินไปหน่อยสำหรับการทำตัวเป็นพลเมืองดี  ถ้านายเอามันไปส่ง  นายก็คงจะโดนอีกหลายข้อหาเลยละ  แถมเรื่องมันจะสาวมาถึงตัวฉันด้วย”  เวสมอร์แลนด์พูดยิ้มๆ  “เพราะงั้น  ต้องฆ่าเท่านั้น  แต่...ทำได้เหรอ?”
    “ทำได้”
    “งั้นก็เอาเลย”  เวสมอร์แลนด์ยื่นปืนให้  “ฉันจะเป็นคนทำลายศพเอง”
    “บ้านน่ารักดีนะ”  ทัตสึมิกล่าวเบาๆ  ขณะรับปืนมาถือ  น้ำหนักของปืนกระบอกนี้ทำให้เขาตระหนักได้ว่าตนเองห่างหายจากการจับปืนมานานแค่ไหนแล้ว  และมันยังเตือนให้เขานึกถึงปืนกระบอกที่สูญหายไประหว่างอยู่นอกกำแพง
    “ได้อนาคตภรรยาช่วยตบแต่งให้น่ะ”  เวสมอร์แลนด์กล่าวยิ้มๆ
    “จะแต่งงานเมื่อไหร่?”
    “อีกสักระยะ  ทิ้งช่วงให้พ่อเขาทำใจสักพัก”
    “เขา?”
    “ใช่  แปลกใจขนาดนั้นเชียว?”
    “เปล่า  ขอให้มีความสุข”
    “เลิกคุยถ่วงเวลาแล้วรีบยิงมันทิ้งดีไหม?”  อีกฝ่ายหัวเราะ
    ทัตสึมิแนบปืนเข้ากับหน้าผากเกล  มองอีกฝ่ายหายใจช้าๆ สม่ำเสมอ  ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นมนุษย์จริงๆ  ไม่ใช่พวกสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์
    แม้จะรู้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกนี้เป็นเพียงสิ่งพราง  แต่จะให้ยิง...
    เขาลดปืนลง
    “มันไม่ง่ายอย่างนั้น”
    “มันง่ายอย่างนั้นแหละ”  เวสมอร์แลนด์กล่าว
    ...เป็นการกล่าวหลังจากลั่นไก

เอมิเธียร์ วิลาลิเทล กลับถึงที่พักอย่างปลอดภัย
    เธอตรงเข้าห้องน้ำ  เช็คความปลอดภัยรอบตัวบ้าน  ก่อนจะตรงเข้าห้องน้ำ  เปิดฝักบัว  สายน้ำอุ่นสาดกระแทกร่างกายเพรียวหากมีกล้ามเนื้อกระชับของเด็กสาว  เธอปล่อยลมหายใจออกจากริมฝีปาก  รู้สึกผ่อนคลายลง
    เมื่อก้มลงมอง  เธอเห็นแผลเป็นสายนั้นอย่างชัดเจน  แผลเป็นนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเธอโดยที่เธอไม่เต็มใจ  แต่เธอไม่คิดที่จะทำอะไรกับมัน  มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่เตือนให้เธอระลึกว่าครั้งหนึ่งเขามีตัวตนอยู่บนโลก  เขา – คนที่ฝากแผลเป็นสายนี้ไว้บนตัวเธอ  พ่อของเธอเอง
    เด็กสาวเคยนึกสงสัย  ถ้าเขาคนนั้นไม่คลุ้มคลั่งจนฆ่าแม่...  ถ้าพี่ไม่สูญหาย...  โลกใบนี้จะยังเป็นสีเทาเหมือนที่มันเป็นอยู่ขณะนี้หรือไม่?
    ว่ากันว่า  โลกจะเป็นอย่างไรอยู่ที่ดวงตาที่ใช้มองมันไม่ใช่หรือ?
    หลังสงครามครั้งใหญ่  โลกหมุนกลับ  เทคโนโลยีเกือบทุกชนิดถูกทำลาย  ว่ากันว่าโลกในตอนนี้ย้อนกลับไปเหมือนโลกสมัยศตวรรษที่ยี่สิบ...แต่จะจริงหรือเปล่าไม่รู้  มันน่าจั๊กจี้ที่คนสมัยใหม่ใช้วิทยาการ ‘ทันสมัย’ สู้คนโบราณไม่ได้  แค่คำที่ใช้ก็ขัดแย้งกันเองแล้ว
    “เดี๋ยวก็สอบอีกแล้ว”  เด็กสาวพึมพำ  ขณะรินแชมพูลงบนฝ่ามือ  กลิ่นหอมของมันทำให้เธอรู้สึกดีมากขึ้นอีกนิดหน่อย  เธอพยายามละเรื่องคดี  เก็บมันใส่ลิ้นชัก  แล้วก้าวเข้าสู่โลกอีกโลก  โลกของเด็กสาวมัธยมปลายที่พูดคุยกันแต่เรื่องชวนให้หัวใจสั่นไหว...สั่นไหวในแง่ดีน่ะนะ  อาทิ  เมื่อวานนี้เดตกับแฟนเป็นไง?  เขารับรักเธอไหม?  ทำนองนั้น
    เสียงโทรศัพท์ดังขัดความพยายามของเอมิเธียร์

เลือดสีดำสนิทไหลโกรกจากหลังหัวเกล
    ...ในขณะที่กลางหน้าผากของเขามีรูกลมๆ เพิ่มขึ้นรูหนึ่ง
    ทัตสึมิเบิกตามองเวสมอร์แลนด์และปืนในมือ
    “รีบกลับไปซะ  ฉันจะจัดการทุกอย่างที่นี่เอง”  เวสมอร์แลนด์กล่าว  มองเลือดสีดำสนิทอาบย้อมหมอนทั้งใบจนกลายเป็นสีเดียวกัน  เขาลดปืนลง  แล้วเปลี่ยนใจยิงซ้ำอีกสองนัด  นัดที่สองพลาดเพราะทัตสึมิกระแทกมือเขา  ปืนหลุดกระเด็น
    “พอแล้ว”  ทัตสึมิจ่อปืนใส่อีกฝ่าย
    “เล่นแบบนี้มันอันตรายนะ”  เวสมอร์แลนด์ก้มเก็บปืน  จากนั้นจึงเบนปากกระบอกปืนในมือทัตสึมิออกด้วยปืนของเขา  “แล้วท่าทางแบบนั้นมันอะไรกัน?”
    ทัตสึมิบอกไม่ถูกว่าตนเองรู้สึกอย่างไร  เขาหันกลับไปมองซากสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ในรูปร่างเกลอีกครั้งแล้วรีบเบือนหน้าออก
    “ไว้จัดการเสร็จเรียบร้อยจะติดต่อไป...”  เวสมอร์แลนด์กล่าว
    “ไม่ต้อง  ฉันมีรถมา”  ทัตสึมิกล่าวแทรก  “แค่ช่วยเอามันไปใส่รถก็พอ”

**********************

 EVE: ยังไม่จบหรอกนะ  ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

 

Comment

Comment:

Tweet

ลุงโหดร้ายยยย ลุงโหดร้ายยยยยยยย

#7 By KUN on 2009-11-25 09:42

อุ๊ ว๊าย.....แอบตกใจเล็กน้อย พอถึงนัดที่สามนี่แหละถึงนึกได้ว่า เกลเกลฟื้นตัวได้นี่หว่า....


คุณทัต สู้เขา .. อยากได้เก็ยไว้ก็ไม่ต้องไปแคร์สื่อ

#6 By akua on 2009-11-15 01:59

ลุง.. ยิ้ม แต่ แอบน่ากลัวแฮะ /สั่น
แบบว่า ดูโหดขึ้น .. อาา มายลุงที่ใจดีอยู่หนายอ้าา
แอบขำตอนพูดถึง ลีกะ คุณป๋า ค่ะ 5555

อาอา จะให้ตัดใจจากเกลเลยก็ยากน้อ
อาอา /กอดเกล แงแง ไม่เป็นไรน้าา ; v ;

ปล.คุณทัตน่ารัก ตอนบ่นอยากดื่มสตาร์บั๊คอ่าา ฮี่

#5 By Amina Eirwen on 2009-11-14 21:33

หวายยยย >///<
ลุง...ลุงเคลย์ตันเวอร์ชั่นใหม่
เลือดเย็นกว่าเดิม *-*

มีพูดถึงลีกับพ่อลีด้วย cry
อา... ทัตซังรู้อยู่แล้วว่าเดี๋ยวแผลเกลก็ต้องหาย
หรือว่า... ทัตซังจะหลอกให้ลุงตายใจว่าฆ่าสัตว์ประหลาดนั่นไปแล้วกันนะ O_O

มีปริศนามากขึ้นเรื่อยๆแล้วสิ
ชักเริ่มสงสัยแล้วว่า บางทีเกลอาจจะเป็นเกลตัวจริง เสียงจริงก็ได้! embarrassed

#4 By jackywinter on 2009-11-14 19:04

โอววว มัตซังซึนจริงๆ

ไหนว่า จัดการได้ ไงล่ะ = ="
นางเอกละครชัดๆ
(ทัต : ก็นางเอกเรื่องนี้จริงๆนี่)

อา เอมิเข้ามาทำให้เหมือนจะเป็นเรื่องยาวเลยล่ะค่ะ
คลับคล้ายจะได้เป็นมหาโคตรกาพย์

เนื้อเรื่องดูซับซ้อนกว่าที่คิด

ปวดเฮด ...
/ทรุด


ปล.โลกมาถึงขั้นนี้แล้ว สตาร์บัคเองก็ยังอุตส่าห์อยู่มาได้สินะ ..

#3 By Pupu Meteor on 2009-11-14 18:57

อาาา เกลล /me กอดฟัด เกล

น่าสงสารชะมัดเลย ถ้าทัตสึมิ จะตัดใจทิ้งจริงๆก็โคตรน่าสงสารเลยนะ แต่จริงๆแล้วสำหรับทัตสึมิ ถ้าเป็นคนที่เชคสร้างล่ะก็ ตัดใจง่ายเอามากๆเลยแหล่ะอีฟ

คุณเวสเมอร์แลนด์ แอบเย็นยะเยือกเลยแห้ะ นี่มันไม่ใช่ลุังอ่อนโยนคนที่เรารู้จักนี่นา ลุงโลกนี้แอบโหดร้ายนะเนี่ย อาา แต่จริงๆเกลก็เป็นแค่สิ่งมีชีวิตกลายพันธล่ะนะ ชอบที่แอบพูดถึงลี กับพ่อลี ด้วย ฮาดี XD

ขำตรงแอบเติมน้ำตาล แล้วทัตที่บ่นอยากกินสตาร์บัคด้วย น่ารักดีอ่าา
ตอนหน้าจะมีใครโผล่มาอีกหรือเปล่า เกลตื่นขึ้นมาแล้วจะอาละวาดหรือเปล่า ? >_<

แต่นะ เรื่องนี้ท่าทางจะเศร้าจริงจังว่ะ

#2 By [ S h e c k ] on 2009-11-14 18:37

ทัตสึมิรู้อยู่แล้วนี่นาว่าฟื้นตัวได้ ยังไงก็ตัดกันไม่ขาดสินะ
รอติดตามตอนต่อไปค่ะ

#1 By talalan on 2009-11-14 18:19