Black Rain

posted on 10 Nov 2009 22:45 by tgdiary

Black Rain
TG @ Parallel Universe
Tatsumi/Gael (มันแน่อยู่แล้ว)


1. Crawling in the Dark


โลกนี้มีปิศาจอยู่นะ
    ย่าเคยพูดกับทัตสึมิเช่นนี้
    มือแห้งเหี่ยวของย่าชี้แกว่งไปในอากาศว่างเปล่า  จุดแสงบนฟากฟ้าที่อยู่ไกลออกไปกะพริบเป็นจังหวะ  ซากปรักหักพังของเมืองซึ่งถูกกันให้กลายเป็นเขตอันตรายดูคล้ายแดนปิศาจในภาพฝัน  ไกลออกไป  ควันสีเทาลอยอ้อยอิ่ง  ทัตสึมิเห็นมันตั้งแต่จำความได้

ฝนสีดำ
    ทัตสึมิใช้หลังมือปาดหยาดฝนที่ตกลงมาเปรอะใบหน้า  ขณะวิ่งเข้าหาที่หลบ
    อีกไม่เกินสามปี  สายฝนจะกลับมาบริสุทธิ์เหมือนก่อนสงครามครั้งใหญ่  รัฐบาลประกาศว่าอย่างนั้น

ย่าจากไปตอนทัตสึมิอายุได้ 12 ปี
    ย่าไม่ทันมีโอกาสได้เห็นทัตสึมิต่อสู้กับปิศาจ
    ปัจจุบันทัตสึมิอายุได้ 34 ปี  เคยเป็นหนึ่งในหน่วยปฏิบัติการพิเศษซึ่งมีหน้าที่กำจัดสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์
    พวกมันคือ ปิศาจ สำหรับชาวบลอดเวน

เสียงสาดกระสุนดังมาจากอีกด้านของตึกร้าง
    หุ่นรบแบบควบคุมจากระยะไกลกำลังต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์  ทัตสึมิพุ่งออกไปอีกทาง  เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อต่อสู้กับพวกมัน  แต่มาเพื่อหาคน  แม้จะเป็นความหวังเพียงริบหรี่  แม้ตัวเขาเองจะยังทำใจให้เชื่อไม่ได้ว่าคนคนนั้นจะยังมีชีวิตอยู่  แต่เขาก็พาตัวเองกลับมาที่นี่  สถานที่ซึ่งเป็นสนามรบแห่งสุดท้ายก่อนที่เขาจะกลายสภาพไปเป็นพนักงานธนาคารธรรมดาๆ คนหนึ่ง
    พอเหลือตาแค่ข้างเดียว  ทัตสึมิกลับรู้สึกว่าโลกสวยงามขึ้น
    ดังนั้น  เขาจึงปฏิเสธการติดตั้งตาเทียม  หรือปลูกดวงตาทดแทน
    เป็นคนพิการก็ไม่เลวนักหรอก

ฝนตกหนักขึ้นเรื่อยๆ
    หยาดน้ำสีดำข้นคลั่กจากฟากฟ้าไหลรวมกันเป็นแอ่งบนผืนดิน
    เสียงการต่อสู้แผ่วลงไปทุกขณะ  ทัตสึมิวิ่งออกจากที่ซ่อน  อาวุธที่นำมามีเพียงปืนพกหนึ่งกระบอกที่พลเรือนสามารถเป็นเจ้าของได้  และคาตานะอีกหนึ่งเล่ม  อย่างหลังไม่ได้เอามาเพื่อต่อสู้

คมดาบโค้งสวยราวกับผลงานศิลปะนี้คือความภาคภูมิใจ
    ย่าของทัตสึมิมักพูดถึงแผ่นดินเกิดซึ่งถูกถล่มจนจมหายไปทั้งหมดในสงครามครั้งใหญ่อย่างภาคภูมิใจ
    ผิดกับทัตสึมิ
    ย่าร้องไห้เมื่อเขาขอเปลี่ยนชื่อ...
    ไม่ว่าเมื่อไรก็จงอย่าก้มหัวต่อการดูถูก  เพราะบนไหล่ของเรามีความภาคภูมิใจของบรรพบุรุษตั้งอยู่  อย่าอายที่จะพูดภาษาของเรา  ไม่ว่าที่ไหน  จงเอ่ยชื่อตนเองออกมาอย่างภาคภูมิเมื่อถูกถาม  เงยหน้า  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
    อย่าละทิ้งเกียรติของแผ่นดินอันเป็นรากของจิตวิญญาณ
    ย่ายื่นดาบให้ทัตสึมิในวันนั้น
    หากจะทิ้งชื่อ  ก็ทิ้งชีวิตเสีย
    พ่อกับแม่บอกทัตสึมิว่าย่าแก่มากจนหลงแล้ว  ไม่ต้องใส่ใจ  ถ้าการเปลี่ยนชื่อทำให้ทัตสึมิอยู่ในสังคมได้ง่ายขึ้นก็ควรเปลี่ยน  แต่สุดท้ายแล้ว  ทัตสึมิก็ตัดสินใจไม่เปลี่ยนชื่อ
    ร่างของย่าเสื่อมสลายไปนานแล้ว  แต่ดาบยังคงงดงามไม่เปลี่ยนแปลง
    ทัตสึมิเชื่อว่าวันหนึ่ง  เมื่อทัตสึมิหายไปจากโลก  ดาบเล่มนี้ก็จะยังคงงดงาม
    
เสียงขู่คำรามของสัตว์ร้ายดังจากระยะประชิด
    ทัตสึมิก้มลง  พุ่งออกจากที่เดิมโดยไม่เหลียวหลัง  หวิดจากกรงเล็บมโหฬารที่กวาดเข้าใส่เพียงเสี้ยววินาที
    เจ้าสัตว์ขนาดมหึมาไล่ตามเขามา  เกล็ดแหลมที่ขึ้นเรียงเป็นแนวตลอดกระดูกสันหลังไปถึงปลายหางสะท้อนแสงวาววามขณะมันห้อตะบึงข้ามเศษซากปรักหักพัง  ทัตสึมิไถลหลบเข้าไปในซอกระหว่างซากตึก  มันกระโจนตาม  แต่ขนาดตัวของมันใหญ่เกินกว่าจะแทรกเข้ามาในจุดที่เขายืนอยู่  มันถอยออกไป  ขนแน่นละเอียดสีดำเงาแนบติดลำตัว  มองจากระยะไกลดูแวววาวราวกับโลหะสีดำเมื่อม
    กล้ามเนื้อแข็งแกร่งของมันมีลักษณะคล้ายกล้ามเนื้อของมนุษย์อยู่ไม่น้อย
    สายฝนยังคงตกกระหน่ำ
    ทัตสึมิถอยเข้าไปใต้ซากที่อยู่สุดทาง  น้ำสูงขึ้นมาถึงครึ่งน่อง
    ดวงตาสีแดงฉานกวาดวูบ  แล้วเลือนหายไป  ทัตสึมิถอนหายใจ
    “ปิศาจชัดๆ...”
    ยังไม่ทันสิ้นประโยค  แรงกระแทกที่มาจากด้านหลังก็ทำเอาทัตสึมิปลิวกระเด็น  เศษซากที่อิงซ้อนกันทลายลงมา  ทัตสึมิกระเสือกกระสนขึ้นจากน้ำ  สำลัก  เจ้าสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ปรากฏตัวขึ้นเหนือซากปรักหักพัง
    ทัตสึมิเอื้อมมือคว้าปืน  เพียงเพื่อจะพบกับความว่างเปล่า  สายซองสะพายไหล่ถูกเกี่ยวขาด  ปืนหล่นหายไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้
    เบื้องหลัง  เสียงคำรามต่ำๆ ดังขึ้น  ทัตสึมิขนลุกชัน  เขายังคงเล่นเกมจ้องตากับเจ้าตัวที่อยู่ข้างหน้า  ในขณะที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าสัตว์ร้ายอีกตัวกำลังเยื้องย่างเข้าหาจากทางด้านหลัง
    เขาตัดสินใจชักดาบ

“ดูนี่สิ”
    ย้อนกลับไปหนึ่งสัปดาห์ก่อน  เพื่อนร่วมงานส่งไฟล์ให้  ทัตสึมิเงยหน้าจากเอกสาร  กดรับไฟล์
    “ฉันนึกตั้งนานว่าใคร  นายว่าเหมือนไหม?”
    ทัตสึมิเหลือบมองกรอบรูปบนโต๊ะ  สลับกับไฟล์วิดีโอบนหน้าจอ
    คลิปนั้นลักลอบถ่ายจากเขตอันตราย  ในส่วนที่ไม่น่าจะมีมนุษย์อยู่  ชายร่างกายเปลือยเปล่าคนหนึ่งกำลังขีดเขียนอะไรบางอย่างลงบนซากปรักหักพัง  แม้จะถ่ายจากระยะไกลแต่ก็เห็นโฉมหน้าชัดเจน
    ทัตสึมิหยิบกรอบรูปขึ้นมา  ดวงตาจ้องไปที่ภาพเคลื่อนไหว...
    “คลิปนี้ดังอยู่พักหนึ่งแล้ว  แต่สุดท้ายก็เห็นออกข่าวว่าเป็นการตัดต่อ  อยากรู้จังว่าเขียนตัวยึกยืออะไร”
    “ทัต...”
    “หา?”
    “เขียนว่าทัตสึมิ”
    คลิปนั้นเป็นสาเหตุให้ทัตสึมิลอบออกมาจากเขตปลอดภัย  มาเพื่อหาชายที่กำลังเขียนชื่อของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าคนนั้น
    ตามหา  ทั้งที่รู้ว่า...

“นึกยังไงถึงมาทำงานเสี่ยงตายแบบนี้?”
    ย้อนกลับไปราวห้าปีก่อน  ทัตสึมิถูกถามแบบนี้
    ทัตสึมิเงยหน้ามองผู้ถาม  ชายผมทองตาฟ้าคนหนึ่งก้มมองมา  แม้จะอยู่หน่วยเดียวกัน  แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองพูดคุยกันนอกภารกิจ  ชายคนดังกล่าวเป็นสไนเปอร์ของทีมย่อยที่สอง  ส่วนทัตสึมิอยู่ทีมปฏิบัติการที่สาม  หากนับตามลำดับการบรรจุเข้าหน่วยงานก็ต้องนับเป็นรุ่นพี่  แต่หากนับตามอายุก็ต้องเรียกน้อง
    “ถ้าตอบว่า  เพราะอยากปกป้องประเทศ  คุณจะว่าไง?”  ทัตสึมิถามกลับ
    “ไม่ใช่ประเทศของคุณสักหน่อย”
    ทัตสึมิชินเสียแล้วกับคำพูดทำนองนี้
    “แต่ประเทศนี้  เมืองนี้  เป็นบ้านของผม”
    “อืม”
    ดวงตาสีดำของทัตสึมิประสานกับดวงตาสีฟ้าของชายต่างชาติพันธุ์อยู่ชั่วขณะ  ก่อนจะเป็นฝ่ายเบือนหลบเนือยๆ
    “ผมชื่อ เกล แมคอาแวร์ ยินดีที่ได้รู้จัก”
    “ทัตสึมิ”
    “ผมรู้แล้ว”
    ทัตสึมิใช้ดาบปลายปืนขูดผิวดินนุ่มนิ่มใต้เท้าเป็นตัวอักษร  ตัวอักษรที่ย่าของเขาภาคภูมิใจนักหนาแม้ว่าสืบลึกลงไปแล้วก็เป็นสิ่งที่รับเอามาจากแผ่นดินอื่น
    “เขียนอย่างนี้”  เขาบอกอีกฝ่าย
    “จะจำไว้  ทัตสึมิ”
    อาจเพราะทัตสึมิไม่มีโอกาสที่จะได้ปกป้องแผ่นดินอันเป็น ‘ราก’ ที่แท้จริงของเขา  ดังนั้น  เขาจึงอยากจะปกป้องแผ่นดินซึ่งมาอาศัยอยู่แทน
    “ผมก็เหมือนคุณ  ประเทศนี้ไม่ใช่ประเทศของผม  แต่เป็นบ้าน  เรามาปกป้องบ้านด้วยกันนะ”  เกลกล่าวก่อนจาก
    หลังจากนั้นครึ่งปี  ทัตสึมิได้พบกับเกลอีกครั้งเมื่อทีมของทั้งสองต้องปฏิบัติภารกิจร่วมกัน  ทัตสึมิจำเกลได้ในทันที  เขาสังเกตเห็นกระจุกผมสีดำกลุ่มหนึ่งขึ้นแทรกกลุ่มผมสีทองของเกล
    “ไง”  เกลกล่าว  โยนผ้าพันคอให้  อากาศหนาวทำให้ลมหายใจของเขาเป็นไอบางๆ
    ทัตสึมิรับผ้าพันคอ  ตั้งใจจะส่งคืน  แต่ความอุ่นที่ติดมาทำให้เขาเปลี่ยนใจ
    สัมผัสอุ่นที่ผ้าพันคอ  ทำให้เขานึกได้ว่าตนเองกำลังหนาว
    “ผ้าพันคอนี่...”
    “ไว้กลับไปแล้วค่อยคืน”  เกลจุดบุหรี่สูบ  เหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าสีดำ  และมองต่ำลงมาที่ซากปรักหักพังไกลสุดลูกหูลูกตา
    “เมื่อไหร่จะได้กลับ?”  ทัตสึมิถามลอยๆ  ไกลออกไป  เสียงระเบิดดังขึ้นเกือบพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์
    สายฝนสีดำเริ่มโปรยลงมาจากฟ้า  หยดแล้วหยดเล่า
    การต่อสู้ในแต่ละวันเป็นไปในลักษณะเดียวกัน  สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์เหล่านั้นตั้งหน้าตั้งตาบุกเข้าหาแสงไฟซึ่งเล็ดลอดจากกำแพงเมืองซึ่งอยู่หลังแนวป้องกันไกลออกไป  พวกมันเหมือนฝูงมด  ไม่มีวันหมด
    ทุกวันจะมีการขานชื่อผู้ตาย  เพื่อนที่เคยกินนอนร่วมกันหายไปคนแล้วคนเล่า
    กระดูกถูกส่งข้ามกำแพงกลับไปหาครอบครัว
    “สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์...กลายพันธุ์จากอะไรรู้ไหม?”  วันหนึ่ง  โจแฮม ซิกแพค สหายร่วมรบคนหนึ่งถามทัตสึมิ
    เขาส่ายหน้า  ไม่รู้  เขารู้เพียงว่าพวกมันมีขึ้นและเริ่มแพร่พันธุ์ระหว่างเกิดสงครามครั้งใหญ่
    “คน”  โจแฮมเฉลย  แล้วหัวเราะลั่นเมื่อเห็นสีหน้าของทัตสึมิ  เขาตบไหล่อีกฝ่ายแล้วเดินจากไปอย่างยิ้มแย้ม
    “มุกฝืด”  ทัตสึมิพึมพำตามหลัง
    วันต่อมา  โจแฮมถูกส่งข้ามกำแพงกลับไปหาครอบครัว
    ในเวลาต่อมา  การจู่โจมของกลุ่มสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์เปลี่ยนแปลงไป  พวกมันมีการพัฒนา  แข็งแกร่งขึ้น  ฉลาดขึ้น  รู้จักวางแผน  ทุกอย่างเลวร้ายลง  หลายคนถอดใจไร้แรงสู้  บางคนทิ้งหน้าที่หนีไป  พวกที่เหลือทำอย่างดีที่สุดเพื่อตรึงกลุ่มสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
    หลายครั้งที่ทัตสึมิเหลียวกลับไปมองเขตปลอดภัยซึ่งเห็นอยู่ไกลลิบราวกับตั้งอยู่สุดขอบฟ้า  ที่นั่น  บ้านของเขาและเพื่อนทุกคนตั้งอยู่หลังกำแพงนั้น
    ความช่วยเหลือมาถึงสายมาก
    ทัตสึมิได้พบกับเกลอีกครั้ง
    เกลที่คิดจะหนีไป...
    “เอาสิ  ทิ้งคนอื่นแล้วหนีเอาตัวรอดไปเลย”  ทัตสึมิกล่าวกับเกล
    “จะมาด้วยกันไหม?”  เกลหยุด  ถาม
    ทัตสึมิไม่ตอบ  เขามองปืนในมือเกล  ตัวเขาในตอนนี้มีเพียงดาบที่นำติดตัวมาจากหลังกำแพง  ไม่มีอาวุธอื่น  เกลจ่อปืนที่หน้าผากทัตสึมิ  ถามซ้ำ
    ทั้งสองสบตากัน
    ขณะนั้น  ฝนสีดำตกปรอยๆ
    “ทำไมถึงชอบพกดาบนั่น?”  เกลถาม  หลังปล่อยความเงียบทอดตัวอยู่ชั่วอึดใจ  “เอาไว้คว้านท้อง?”
    “ไหนว่าจะปกป้องบ้านด้วยกัน?”  ทัตสึมิเอ่ย  ไม่สนใจคำถามของเกล
    เกลหัวเราะ  เป็นครั้งแรกที่ทัตสึมิเห็นเกลหัวเราะขนาดนั้น
    “ระหว่างบ้านกับชีวิต  บรรพบุรุษนายเลือกอย่างไหนล่ะ?”
    ฝนขาดเม็ด
    จากตรงนี้  ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว  กลุ่มสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์จู่โจมเข้ามา
    ในสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจกะทันหัน  เกลกลับยิงคุ้มกันให้ทัตสึมิ  บอกให้ ‘กลับไปเตือนคนอื่นๆ’
    เนื้อแท้ของเกลอาจใจดีเป็นพ่อพระ  หรืออาจจะแค่ความเคยชินงี่เง่า...
    อย่างไรก็ตาม  เกล  แมคอาแวร์ เสียชีวิตที่นั่น  เขาไม่ถูกส่งกลับไปภายในกำแพง  เพราะไม่มีอะไรเหลือให้ส่งกลับ  สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในบริเวณนั้นมีเพียงเศษเสื้อผ้าและอวัยวะภายในส่วนหนึ่งเท่านั้น
    สำหรับทัตสึมิ  เขาเสียตาไปข้างหนึ่งจากเหตุการณ์นั้น

ปัจจุบัน  เจ้าสัตว์ร้ายพุ่งเข้าหาทัตสึมิ
    อีกตัวที่อยู่ด้านหลังกระโจนเข้าใส่ตัวแรก  งับคออีกฝ่ายจมเขี้ยว  สัตว์ร้ายทั้งสองต่อสู้ห้ำหั่นกันเอง  เลือดสีดำสนิทสาดเปรอะซากสิ่งก่อสร้าง  ทัตสึมิฉวยโอกาสนั้นออกวิ่ง  แต่วิ่งไปได้ไม่เท่าไรก็ถูกเหยียบอยู่ใต้อุ้งเท้าของเจ้าตัวที่เหลือรอด  แอ่งน้ำสีดำแตกกระจาย
    ทัตสึมิพยายามเงยหน้าให้พ้นน้ำ  เขาได้ยินเสียงขับเคลื่อนของหุ่นรบและเสียงกราดกระสุนดังใกล้เข้ามา
    เจ้าสัตว์ร้ายไม่มีทีท่าว่าจะถอยหนี
    ทัตสึมิใช้ดาบแทงอุ้งเท้าของของมัน  แต่มันกลับกดน้ำหนักลงจนร่างของเขาจมเข้าไปในผืนดินนุ่มๆ ใต้น้ำ  เขาบิดคมดาบ  มันกระทืบซ้ำ
    ...คราวนี้  สติของทัตสึมิดับวูบ

**************

EVE: Parallel World คราวนี้อาจจะยาวสักหน่อย  ขอบคุณ(ล่วงหน้า)ที่ติดตาม  แล้วก็  สำหรับ Black Rain อีฟจินตนาการภาพเป็นอนิเมตลอดเลย  555+  อารมณ์มันก็เลย...นะ  แถมเป็นอนิเมที่ใช้ ‘Crawling in the Dark’ ของ Hoobastank เป็นเพลงเปิดด้วยนะเออ! +คราวนี้รอเชคมาช่วยตั้งชื่อภาษาไทยให้ดีกว่า อะหึอะหึ...

 

คำถาม
 หัวบล็อกคือ “Blodwen and her parallel world” แต่ปาเข้าไปสามตอนแล้วทำไมมีแต่ ทัต/เกล ?


คำตอบ
แต่เดิมอีฟเปิดบล็อกแยกเพราะจะแต่งแฟน(?)ฟิคชั่นคู่ ทัตสึมิ – เกล ค่ะ  เป็นโลกคู่ขนานที่ทัตกับเกลแต่งงานกัน  ชื่อบล็อค TGdiary ก็มาจาก Tatsumi - Gael
แต่แล้วไอเดียก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นอย่างที่เห็น  ถึงอย่างนั้น  ไอเดียในหัวอีฟก็ยังมีแต่ทัต-เกลอยู่ดี  เป็นคู่โปรดล่ะว่างั้น
ส่วนชื่อหัวบล็อกนี้เชคเป็นคนคิด  ซึ่งอีฟว่ากลางๆ แบบนี้ก็เข้าท่าดี  ในอนาคตอีฟก็อาจจะแต่งคู่อื่นๆ มาลง  หรือขอเชิญคนอื่นๆ มาแต่งฟิคแนว Parallel World ลงบล็อกนี้ด้วย (ตอบตรงคำถามไหมเนี่ย? 555+)

Comment

Comment:

Tweet

ทำไมโลกคู่ขนานนี้.. คุณทัตสึมิช่างเท่เหลือเกิน
^
^
พี่เชควิ่งมาต่อย ตัวจริงก็เท่โว้ยยยยยยยยยยยยย


สนุก..สนุกอ่ะพี่ คุ่นพูดจริงนะเนี่ย OTZ แต่งจบแล้วเอาไปรวมเล่มขายเหอะ~~!!!

โอ๊ยยย คุณเกลล โอ๊ยย คุณท๊าตตตตตตตต

#9 By KUN on 2009-11-25 09:31

ชื่อเรื่องเหมือน ฝนสีขาว

แต่เนื้อเรื่องเหมือนอ่าน 'คนเหนือมนุษย์' กับ 'โลกอนาคต'

ผสมกันนะ อูรา ฮิ //กอดพี่อีฟ มีไรหนุกๆมาให้อ่านอีกแล้ว

question

#8 By Nye on 2009-11-11 18:52

ทัตซังแอบเท่ห์อยู่แฮะ?(ฮา)
อ่านไป นึกภาพตามได้เรื่อยๆเลยค่ะ
แอบคิดนะ ว่าถ้าเมืองเราเป็นแบบนี้
มันจะเป็นยังไงต่อไปนะ? อา ได้ลุ้นทุกวันแหงๆ
/สั่นกึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ปล. จบค้างมากค่ะ ค้างอ้าาาาาาาา
/เขย่าพี่อีฟ อย่าลืมมาต่อนะ อย่าลืมนะะะ

#7 By Amina Eirwen on 2009-11-11 18:20

อุ่ก ทัตนี่มันช่างเคะซึนจริงๆ

โลกคู่ขนานมันทำให้พู่ ... ปวดหัวค่ะพี่
ยังเบลอๆ งงๆ

งงกับอิมเมจนี่แหละ
โคตรจะตรงข้ามกับอิสองตัวนั้นในโลกจริงเลยแฮะ ..

แต่ชอบฉากแอคชั่นค่ะ ทัตดูเคะเมพจริงๆ แต่เผลอวูบๆหลอนจินตนาการทัตพลังเค เป็นขณะๆ

Orz

#6 By Pupu Meteor on 2009-11-11 14:13

ลองทำเป็นวิดีโอคลิบดดูน่าจะดี มีฉากแอคชั่นมันมากด้วย เห็นเป็นซีนชัดเจนสุดๆ

ทำไมอ่านแล้วรู้สึกได้ถึงไอหวาน วูบไหวแปลกๆ ...และความซึน (อันนี้หมีคงคิดไปเองของจริงซะแล้ว บ๊ะ)

หมีชอบเรื่องยาว

#5 By akua on 2009-11-11 01:01

ติดเรื่องยาวเข้าจนได้ อ๊าก
ทัตสึมิจะโดนพากลับบ้านไปทำอะไรไม่รู้แน่เลย
เปลี่ยนแนวไปเรื่อยๆแบบนี้สนุกดีค่ะ big smile

#4 By talalan on 2009-11-10 23:29

- -
มันมีภาคต่อแน่อยู่แล้วอะเชค ไม่มีก็ค้างคาอะดิ
+ ไม่ได้นะ อย่าคิดภาพทัตถึก คิดถึงหนุ่มแว่นร่างบางที่สู้ได้โอเวอร์ๆ แบบอนิเมไซไฟ-แฟนตาซีเข้าไว้

#3 By TG @ Parallel Universe on 2009-11-10 23:15

คิดตามเป็นเอนิเมชั่นอีกแล้ว บางตอนเป็นเอนิเมสามดีด้วยล่ะ ทัตสึมิมีผ้าคลุมสีเหมือนผ้าเจได ขาดวิ่นๆ ด้วยล่ะ ล่ำขึ้นเยอะเลยด้วย เท้เท่ด้วย

จริงๆก็ไม่คิดว่าทัตเหมาะมาทำอะไรแบบนี้หรอกนะเนี่ย แต่อ่านไปเรื่อยๆก็เพลินดีอ่ะอีฟ

สัตว์ประหลาดที่กระทืบทัตตายนี่เกลหรือเปล่า? ใช่เกลที่ทัตหาอยู่หรือเปล่าอ่ะอีฟ ? จะมีภาคต่อหรือเปล่า ทำไมก็ไม่รู้นะ แต่ว่าชื่อตอนทำให้ชวนคิดว่าจะมีภาคต่อแบบไม่มีเหตุผล

สำหรับเชคเห็นภาพเป็นเอมวีอยู่เหมือนกันนะเนี่ย ภาพสั่นๆก่ะฝนพร่าเลือนในบางที อืมม อะไรแบบนั้นแหล่ะ

#2 By [ S h e c k ] on 2009-11-10 23:13

โอ้วววว นี่มันไซไฟ *[]*
ฉากต่อสู้แต่งได้เห็นภาพสมรภูมิรบมากเลยพี่ แอคชั่นเยี่ยมมากเลยอ่ะ คือเห็นเป็นฉาก ฉาก ฉาก

เกลอันนี้ดูเป็นเกลที่แข็งแรง แล้วพูดมากจนเผลอตกใจไปสิบจังหวะ 555+ เพราะไม่มีความหลังเหมือนเกลในบีทีสินะ อื้มๆๆ พอเห็นเกลเป็นหนุ่มปกติจริงๆแล้วอกแปลกใจไม่ได้เลย

แอบขำตอนที่ลุงหกแพ๊คโผล่มา แต่ก็ดูพี่แกเหมาะกับบทอย่างไม่น่าเชื่อ

ตื่นตาตื่นใจกับทัตซังที่มีทั้งปืนและคาตานะ แต่ทำไมเนเผลอนึกถึงซายะ ใน blood+ ไปได้ กรั่ก! นี่มันภาพซ้อนนน

#1 By jackywinter on 2009-11-10 23:02